ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ กล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายคุณสมบัติได้รับการพักโทษพิเศษ ว่า ตอนนี้กรรมาธิการตำรวจ ต้องรอหนังสือจากกรมราชทัณฑ์ทั้งหมดที่ทำส่งไป เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ถ้าภายในเดือนนี้ไม่ตอบกลับมา ก็ต้องส่งหนังสือติดตามไปอีกครั้ง
แต่ขณะนี้ต้องยอมรับว่า กรรมาธิการตำรวจก็ทำได้ภายใต้กรอบกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ภาคประชาชนก็ยื่นองค์กรอิสระ โดยเมื่อวาน(17 ม.ค.) มีคลิปออกมาคลิป 1 และกรมราชทัณฑ์ยอมรับว่า ที่ไม่เรียกนายทักษิณว่า “นักโทษชาย” เนื่องจากว่าไม่ได้โดนคุมขัง ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และยังไม่ได้นับโทษ เพราะฉะนั้นหากตีความแบบนี้นายทักษิณได้รับโทษแล้วหรือไม่
"อธิบดีกรมราชทัณฑ์จะต้องชี้แจง ให้สังคมคลายข้อสงสัยให้ได้ ทั้งระเบียบ ทั้งการพักโทษ รวมถึงค่ารักษาที่บอกว่า หากเกินสิทธิ์จากสปสช. ใช้เงินส่วนตัวได้ ซึ่งต้องตอบให้ชัดเจน หากเกินสิทธิ์ สปสช. แล้วผู้ต้องขัง ที่เป็นผู้ป่วยสามารถเบิกเงินส่วนตัวได้ทุกคน ผมยืนยันว่า จะเป็นคนหนึ่งที่จะบอกประชาชนคนทั้งประเทศว่า หากนักโทษคนไหนป่วยแล้วเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล รักษาห้องพิเศษได้หมด นี่คือการแสดงให้เห็นว่าเป็นสังคม 2 มาตรฐาน" นายชัยชนะ กล่าว
และกล่าวต่ออีกว่า ในวันที่ตนเองไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจ ความจริงแล้ว กรมราชทัณฑ์ จะไม่ให้กรรมาธิการตำรวจขึ้นเลย แต่ในหนังสือกรมราชทัณฑ์เขียนมาว่า ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของโรงพยาบาลตำรวจ ในการอนุมัติให้ใครเข้าพื้นที่ ดังนั้นตนจึงบอกไปว่า หากชี้แจงมาแบบนี้ ตนก็มีสิทธิ์ที่จะขึ้นแต่ในส่วนของพื้นที่หวงห้าม ที่อ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเยี่ยมไม่ได้ ตนก็ไม่เข้า ตนทำตามกฎหมาย ตนขึ้นไปชั้น 14 ไปได้แค่หน้าวอร์ดพยาบาล แต่เมื่อตนลงมาชั้น 7 ตนสามารถพูดคุยกับนักโทษ 2 คนได้ นี่จึงอยากให้สังคมพิจารณาเองว่าอะไรคือ 2 มาตรฐาน
ส่วนที่เป็นการพักโทษพิเศษนั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า ระเบียบการพักโทษมีมานานแล้ว แต่การคุมขังนอกเรือนจำเพิ่งมีการประกาศออกมา เพราะระเบียบคุมขังนอกเรือนจำทำตั้งแต่ปี 2563 หากจะมองว่าเอื้อก็ไม่แฟร์ ตนมองเป็นกลาง แต่ตอนนี้อย่าไปมองเรื่องระเบียบคุมขังนอกเรือนจำ ต้องมองว่า สิ่งที่กระทำอยู่ตอนนี้ เป็นการกระทำ 2 มาตรฐานหรือไม่
ทั้งนี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ดำเนินการทั้งหมด หากทำหนังสือชี้แจงมาไม่ได้ และไม่มีข้อเท็จจริง ระเบียบรองรับ อย่าลืมว่า วันนี้ภาคประชาชนก็ยื่นไปที่องค์กรอิสระ ถ้าเมื่อไรที่องค์กรอิสระคุ้มครอง แล้วขอดูภาพวงจรปิดตอนเข้า ตอนออก และตอนดำเนินการ หากพบว่ามีการกระทำผิดขั้นตอน เรื่องนี้จะเป็นปัญหาแน่นอน