กางเกณฑ์พักโทษ มีอะไรบ้าง หลัง "ราชทัณฑ์" ไฟเขียว "ทักษิณ" นอน รพ.ตำรวจ ต่อ
11 ม.ค. 2567 | katatep_lue

เปิดหลักเกณฑ์พักโทษ มีแนวทางพิจารณาอย่างไรบ้าง หลัง "ราชทัณฑ์" ไฟเขียว "ทักษิณ ชินวัตร" รักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ตามความเห็นของแพทย์
การเมือง
11 ม.ค. 2567 | katatep_lue

เปิดหลักเกณฑ์พักโทษ มีแนวทางพิจารณาอย่างไรบ้าง หลัง "ราชทัณฑ์" ไฟเขียว "ทักษิณ ชินวัตร" รักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ตามความเห็นของแพทย์
12 มกราคม 2567 ภายหลังจาก "กรมราชทัณฑ์" อนุญาตให้ "ทักษิณ ชินวัตร" รักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังอยู่เกิน 120 วัน ตามความเห็นของแพทย์ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
จากการตรวจสอบประกาศของกรมราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการพักโทษ พบว่า มีอย่างน้อย 3 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการพักโทษกรณีเหตุพิเศษ คือ เป็นผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยร้ายแรง หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงของสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดตั้งแต่ปลายปี 2562 และเริ่มระบาดหนักช่วงต้นปี 2563 ทางกรมราชทัณฑ์ได้มีการประกาศที่สำคัญออกมาอย่างน้อย 2 ฉบับ
ฉบับแรก ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 28 ต.ค.2563 เป็นการประกาศเกี่ยวกับเรื่องหลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาด ให้ได้เข้าโครงการพักการลงโทษกรณีที่มีเหตุพิเศษ เนื่องจากการเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือ มีอายุตั้งแต่ 70 ปี ขึ้นไป
ส่วนฉบับที่ 2 เป็นการประกาศเรื่องของหลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาด เข้าโครงการพักการลงโทษกรณีที่มีเหตุพิเศษ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตนักโทษเด็ดขาดสูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
ใจความโดยสรุปของประกาศทั้ง 2 ฉบับ คือ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จึงต้องกำชับให้เรือนจำทุกแห่งเร่งรัดตรวจสอบรายชื่อกลุ่มนักโทษสูงอายุทั้ง 2 กลุ่มนี้ ที่จะได้รับการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษตามโครงการ เพราะถ้าเกิดอยู่ในเรือนจำต่อไป ย่อมมีความเสี่ยงที่จะไปติดเชื้อการแพร่ระบาดของโควิด-19
ต่อมา ในวันที่ 16 เม.ย.2564 มีการประกาศฉบับที่ 3 ออกมาจากกรมราชทัณฑ์ เป็นประกาศเรื่องของการเร่งรัดการดำเนินการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษให้นักโทษทั้ง 2 กลุ่มข้างต้น มีการส่งประกาศฉบับดังกล่าว ไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ทุกเรือนจำเร่งรัดการดำเนินการ
สำหรับเงื่อนไขของนักโทษเด็ดขาดที่จะได้รับการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากมีอาการเจ็บป่วยร้ายแรง กรมราชทัณฑ์มีระเบียบไว้ ดังนี้
นักโทษเด็ดขาดที่จะได้รับการพักการลงโทษทุกกรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา 52 (7) พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ คือ รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
ในที่นี้กรณีของนายทักษิณ จะครบ 6 เดือน ในเดือน ก.พ.2567 นี้
อีกกรณี คือ จะต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางขึ้นไป หรือต้องได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ และเป็นนักโทษที่ไม่มีโทษกักขัง หรือไม่ถูกคุมขัง ตามหมายขังในคดีอื่น และมีผู้อุปการะและยินดีรับอุปการะ
นอกจากนี้ รายละเอียดในประกาศฉบับนี้ ข้อที่ 2 ที่สำคัญ คือ นักโทษเด็ดขาดที่จะได้รับการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากมีอาการเจ็บป่วยร้ายแรง กรณีนี้ ให้คณะอนุกรรมการเพื่อการพิจารณาวินิฉัยพักการลงโทษ สามารถที่จะพิจารณาได้ดังนี้
ทั้งนี้ ประกาศที่ออกมา เพื่อดูแลกลุ่มนักโทษเปราะบาง ไม่ใช่การประกาศเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับใครคนใดคนหนึ่ง เนื่องจากช่วงนั้นมีสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน ว่ากรณีของ "ชายชั้น 14" ย่อมได้อานิสงส์จากประกาศฉบับนี้ด้วย
หากมองย้อนกลับไป จนถึงปัจจุบัน และอนาคต
กมธ.ตำรวจ ได้ขึ้นชั้น 14 รพ.โปลิศ ติดตามอาการ "ทักษิณ" แต่ไม่ได้เข้าพบ
ขณะที่ในวันนี้ (12 ม.ค.2567) คณะกรรมาธิการ การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายชัยชนะ เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยคณะทำงาน เดินทางไปที่ โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเข้าศึกษาดูงานการนำผู้ต้องขังเข้าทำการรักษา ที่อาคารศรียานนท์ กองบังคับการอำนวยการ นานกว่า 2 ชั่วโมง
โดยนายชัยชนะ พร้อม น.ส.ทิพา ปวีณาเสถียร สส.ลำปาง พรรคก้าวไกล ได้รับอนุญาตจากทางโรงพยาบาลตำรวจให้ขึ้นไปยังชั้น 14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา เพื่อไปตรวจสอบกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พักรักษาตัว นอกเรือนจำเกิน 120 วัน หลังจากที่โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ แถลงวานนี้ (11 ม.ค.2567) ว่าไม่อนุญาตให้ขึ้นชั้น 14
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายชัยชนะ ได้ขึ้นไปถึงชั้น 14 และพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล บริเวณหน้า เคาเตอร์พยาบาลของสถานที่พักของผู้ป่วย แต่ไม่ได้เข้าไปภายในห้องพักของผู้ป่วย ซึ่งใช้เวลาพูดคุยประมาณ 10 นาที จากนั้น เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลตำรวจ ได้นำคณะกรรมาธิการฯ ไปดูนักโทษที่รักษาตัวอยู่บริเวณชั้น 7 ของอาคารแห่งนี้
นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า ระหว่างที่คณะกรรมาธิการตำรวจฯ ได้ขึ้นลิฟท์ ได้พบกับ หัวหน้าพยาบาล คณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามว่า ได้เคยเจอหรือรักษา นายทักษิณ หรือไม่ พยาบาลคนดังกล่าว ระบุว่า ส่วนตัวไม่เคยเจอเพราะเป็นหัวหน้า แต่น้องในทีมพยาบาลได้สลับเข้าไปคอยดูแล และให้การพยาบาล ซึ่งท่านมีภาวะโรคหัวใจรั่วด้วย และไม่ค่อยได้มีญาติมาเยี่ยมบ่อยนัก