ส่วนกรณีที่ระบุว่า บุตรชายของนายหลี่ คือ นายกรินทร์ ปิยพรไพบูลย์ ซึ่งเป็นนามสกุลเดียวกับ นายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ พี่ชายของนายเฉลิมชัย และนายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นหลานชายของตนนั้น ตนทราบเพียงว่า เป็นการมาขอใช้นามสกุล แต่ไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้
นายเฉลิมชัย กล่าวต่อ ในชีวิตของตนไม่เคยเอื้อผลประโยชน์ให้กับคนพวกนี้ และไม่เคยรับเงินสกปรก ทั้งต่อหน้า และลับหลัง เพราะในชีวิตของตน เกลียดการทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้น หากเป็นการกระทำความผิดของใคร บุคคลนั้นต้องรับโทษและเข้าสู่กระบวนยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อไปในชั้นศาล โดยไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการยกเว้น หรือหากผู้ทำผิดเป็นญาติหรือคนสนิทของตน ก็ต้องรับโทษ และขออย่านำประเด็นทางการเมืองมาเชื่อมโยง
ตนเองสามารถชี้แจงได้ทุกอย่าง และสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ การลักลอบนำเข้าเนื้อหมู ตนก็ได้สั่งการอธิบดีกรมปศุสัตว์ ห้ามปล่อยเนื้อหมูเหล่านั้นออกจากท่าเรือ หรือสถานที่ต่าง ๆ โดยต้องไม่มีการยินยอมให้นำเนื้อหมูดังกล่าวออกมาได้ ซึ่งคำสั่งนี้ของตน จึงเป็นที่มาของการอายัดเนื้อหมู 100 กว่าตู้ และทางกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการจับกุม อายัด และทำลายเนื้อหมูเถื่อนแล้ว
ส่วนจะมีข้าราชการคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ก็จะต้องให้เป็นไปตามกระบวนการ ในส่วนของตนตอนนี้ ให้ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการ แต่หากมีใคร มาทำให้ตนได้รับความเสียหาย ก็จะดำเนินตามกฎหมายต่อไป