เนชั่นทีวี

การเมือง

ชงทำประชามติ 3 ครั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญแย้มสสร.ต้องมาจากเลือกตั้งและสรรหา

22 ธ.ค. 2566 | chairat_pat

ชงทำประชามติ 3 ครั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญแย้มสสร.ต้องมาจากเลือกตั้งและสรรหา

"นิกร จำนง" เผยเตรียมเสนอทำประชามติ 3 ครั้งแก้รัฐธรรมนูญ ด้วย 2 วีธีรูปแบบคำถาม ย้ำ สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนและรัฐสภาสรรหาอีกจำนวนหนึ่ง เผยหารือ กกต. ใช้งบทำบัตรครั้งละ 3.2 พันล้าน หรือหากให้น้อยกว่านั้นทำตอน ปชช. มาใช้ตอนเลือกตั้ง อบจ. หรือ สส.

22 ธันวาคม 2566 "นายนิกร จำนง" ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการ ว่า จากที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคทั่วประเทศ รวมถึง สส. และสว.แล้วนั้น ทางคณะอนุกรรมการก็ได้มีการสรุปประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญชุดใหญ่ ในวันที่ 25 เวลา 08:30 น. โดยประเด็นที่จะนำเสนอ ประกอบด้วย

ประเด็นแรก คือ จำนวนครั้งในการทำประชามติ ซึ่งคณะอนุกรรมการ มีความเห็นว่าต้องทำ 3 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 1 ก่อนเริ่มกระบวนการใดๆ ครั้งที่ 2 สภาพบังคับตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันเพื่อแก้ไข มาตรา 256 และครั้งที่ 3 คือ ก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ

ประเด็นที่สอง คือ คำถามประชามติที่สั้นและเข้าใจง่าย โดยนำเสนอ 2 วิธี

วิธีที่ 1 เป็นคำถามเดียว โดยแบ่งเป็น 2 แบบ คือ

  • แบบที่ 1 ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหมวด 1 และหมวด 2
  • แบบที่ 2 ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ 

วิธีที่ 2 แบบ 2 คำถาม โดยแบ่งเป็น 2 แบบ

แบบที่ 1

  • คำถามที่ 1 คือ ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหมวด 1 และหมวด 2
  • คำถามที่ 2 คือท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้สภาราชรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่


แบบที่ 2

  • คำถามที่ 1 คือท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ
  • คำถามที่ 2 คือท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้สภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่


นอกจากนี้ ยังมีประเด็นจำนวนและที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มีความเห็นว่า สสร. ประกอบด้วยสมาชิก 100 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน จังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน และมาจากรัฐสภาเลือกจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่มีประสบการณ์ จำนวน 13 คน และ องค์กรด้านเด็กและเยาวชน ด้านสตรี ด้านผู้สูงอายุ ด้านผู้พิการหรือทุพพลภาพ และด้านผู้มีความหลากหลายทางเพศ ด้านละ 2 คน รวม 10 คน โดยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องจัดทำผ่านรัฐสภา ดังนั้น รัฐสภาต้องมีมติที่จะให้ตั้ง สสร.ไม่ใช่รัฐบาล

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ยังมีความเห็นอื่นๆอีกค่อนข้างมาก ซึ่งทางอนุคณะกรรมการจึงได้เก็บรวบรวมความเห็นนี้ไว้เป็นภาคผนวก แล้วส่งข้อมูลผ่านไปให้กลุ่มที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็น สสร. หรือกลุ่มอื่น
โดยการจัดทำประชามติ คณะกรรมการชุดใหญ่จะเป็นผู้สรุปและในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเป็นคนเคาะว่า จะใช้คำถามในรูปแบบใด

สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการจัดทำบัตรประชามติ จากการสอบถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะใช้ครั้งละ 3,200 ล้านบาท แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้ใช้งบประมาณที่น้อยลงได้ หากสามารถทำให้ประชาชนออกมาทำประชามติในวันเลือกตั้ง อบจ. หรือเลือกตั้ง สส. การใช้วิธีนี้ก็จะประหยัดทั้งงบประมาณของรัฐบาลและสะดวกประชาชนด้วย ขณะที่ร่างการทำประชามติ คณะอนุกรรมการจะมีการเสนอร่างนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ด้วย

ข่าวล่าสุด