"พื้นที่ภาคใต้ 58 ที่นั่งพร้อมสู้ทุกเขตและจะได้ ส.ส. มากกว่า 35-40 ที่นั่ง เพราะครั้งนี้ ผู้สมัครในพื้นที่ภาคใต้มีความเข้มแข็ง และพรรคมีความเป็นเอกภาพ พร้อมประกาศประชาธิปัตย์ในภาคใต้คือบ้านเรา ดังนั้น ต้องเอาบ้านหลังนี้กลับมา มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้ ส.ส. ทั่วประเทศมากกว่า 52 ที่นั่ง เพราะเคยประกาศไว้แล้วว่า หากได้ ส.ส.น้อยกว่า 52 ที่นั่ง จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต" นายเฉลิมชัยกล่าว เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565
"เฉลิมชัย" ยังไม่ตอบรับ ขอเวลาคิด1-2วัน
ช่วงค่ำที่ผ่านมา นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ในฐานะ ประธาน สส.พรรคประชาธิปัตย์ บอกภายหลัง เดินทางไปพบนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับ สส.อีก 20คน เพื่อไปพูดคุยและเชิญให้มารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตาม มติของ สส.20 เสียง ว่า สส.ก็ได้ให้เหตุผลกับนายเฉลิมชัย เพื่อต้องการให้พรรคเดินหน้าต่อไปได้ และให้เกิดการแตกแยกน้อยที่สุด และการเลือกหัวหน้าพรรคประสบความสำเร็จ
แต่นายเฉลิมชัย ยังไม่ตอบ และยังไม่รับปาก บอกเพียง ขอคิด1-2วัน โดยไม่ได้ให้เหตุผลอะไร บอกแค่ให้รอเขาคิดก่อน และเชื่อว่า หากนายเฉลิมชัยได้คำตอบสื่อก็จะทราบอย่างแน่นอน และเชื่อว่าจะก่อนการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคในวันที่ 9 ธ.ค.
ส่วนนายเฉลิมชัยจะกังวลหรือไม่ว่าจะเป็นการผิดคำพูดที่เคยพูดไว้ว่าจะวางมือทางการเมืองนั้น นายประมวล ตอบว่า ขณะนั้นที่เป็นเลขาธิการพรรคก็ต้องการการออกมาแสดงพลังให้สมาชิกพรรคเห็นว่า ท่านจริงจังกับการเลือกตั้งและไม่ทอดทิ้งใคร และเมื่อพวกเรารู้และทราบ แต่ในมุมของสส.ก็ต้องการให้พรรคเดินหน้าไปได้เช่นกัน ส่วนวันที่ 9 ธ.ค.ใครจะได้เป็นก็อีกเรื่อง พร้อมย้ำว่า หากนายเฉลิมชัย ปฏิเสธไม่รับก็คงต้องคุยกับกลุ่มสส.อีกครั้ง
นายประมวล บอกอีกว่า บรรยากาศการที่บ้านของนายเฉลิมชัย การพูดคุยไม่ได้ตึงเครียด และท่านไม่ได้รับปาก และเป็นการเข้าไปพูดคุยไม่นาน เพราะไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ได้มีพิธีอะไร แค่ไปถึงก็ทานข้าวกันแบบจานเดียวแล้วก็เดินทางกลับ
"นราพัฒน์" ยอมเปิดทางให้ "เฉลิมชัย"
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประกาศตัวชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.พรรคมีมติ ให้เชิญนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคมาเป็นหัวหน้าพรรคว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ก็คงไม่ลงชิงหัวหน้าพรรค เพราะเมื่อเดินมาในทิศทางเดียวกัน โดยสส.มีความเห็นเป็นเอกภาพเช่นนี้แล้ว ตนก็คงไม่ทำลายความเป็นเอกภาพ
เพราะที่ผ่านมาต้องการเรียกร้องความเป็นเอกภาพเหมือนที่ผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนต้องการให้เกิดเอกภาพในพรรค และการที่ตนประกาศลงชิงหัวหน้าพรรคก็ได้บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะอยู่ในตำแหน่งเพียงปีครึ่ง เพื่อทำให้พรรคมีความเป็นเอกภาพแต่หากวันนี้สะท้อนความเป็นเอกภาพขึ้นมา ตนก็มองว่าตรงกับสิ่งที่ใจต้องการจะทำ เพราะได้คุยกับ นายเฉลิมชัย ไว้แบบนั้น
ซึ่งในเมื่อตรงกันแล้วและส.ส ออกมาเป็นเอกภาพแบบนี้ ตนก็จะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่จะไปเชิญ นายเฉลิมชัย มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ ดังนั้นเชื่อว่าในวันพรุ่งนี้ (8 ธ.ค.) น่าจะมีคำตอบจากนายเฉลิมชัย ซึ่งหากนายเฉลิมชัยรับ ตนก็พร้อมที่จะรักษาบรรยากาศความเป็นเอกภาพของพรรคแต่หากนายเฉลิมชัยไม่รับตนก็เดินหน้า ลงชิงหัวหน้าพรรคต่อ
"ครั้งแรกที่ไม่มีการแข่งขันเพราะคิดว่ามีความเป็นเอกภาพกันได้ แต่พอมีการแข่งขันซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างที่ตนให้สัมภาษณ์เอาไว้ แต่ก็กังวลว่าแข่งกันแล้วจบออกมาแล้วจะแตกแยกอีกหรือไม่ จะมีปัญหาหรือไม่ดังนั้นวันนี้ส.สหลายท่านตระหนักในเรื่องนี้ จึงมีการลงชื่อกันเพื่อจะเชิญท่านมาเป็นหัวหน้าพรรค ผมก็เป็นอีกหนึ่งเสียงที่เห็นด้วย พรุ่งนี้ก็จะเป็นส่วนร่วมในการที่จะไปขอท่าน เพราะตอนนี้ท่านยังไม่รับปาก" นายนราพัฒน์ กล่าว
นายนราพัฒน์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนายเฉลิมชัย ในเบื้องต้นยังคงยืนยันว่าจะไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตามที่ส.สพรรคได้มีมติไปเชิญ แต่พวกตนยืนยันว่าจะพยายามโน้มน้าวให้ใจอ่อนให้ได้ ทั้งนี้เห็นว่าสถานการณ์พรรคในขณะนี้อยากให้ทุกคนคิดถึงพรรคให้มากๆ อยากให้พรรคมีความเป็นเอกภาพและ การที่มีสส. 21 คนร่วมลงชื่อแบบนี้ ฉะนั้นเราก็ควรจะเป็นอีกหนึ่งเสียงในการที่จะสนับสนุนนายเฉลิมชัยมาเป็นหัวหน้าพรรค