“ชัยชนะครั้งนี้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงที่เรามองหา และการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ ไม่ว่าเดียร์จะแพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญ แต่มันควรจะเป็นชัยชนะของทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์ ในการนำพาให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เติบโตงอกงามท่ามกลางใจของประชาชนอีกครั้ง นำพาความหวังของพี่น้องประชาชนที่เลือกเราไปสู่ความเป็นจริงและพบกับอรุณรุ่งวันใหม่ที่สดใสของประเทศไทย” น.ส.วทันยา กล่าว
อย่างไรก็ตาม วันที่ 9 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ เป็นอีกครั้งที่จะได้พิสูจน์ว่าความเข้มแข็งที่แท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์ที่มาจากความคงมั่นของอุดมการณ์ ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความหวัง โอกาส และ ความหวังอันแข็งแกร่ง จะยังมีหลงเหลืออยู่ในหัวใจของเราหรือไม่ เพราะนี่คือหลักการเริ่มต้นของพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นเหตุผลที่จะต้องร่วมกันฟื้นศรัทธาของประชาชน ในวันที่ก่อตั้งพรรคกลับมาเหมือนวันก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์
ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อมั่นในตัวพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะพาไปถึงจุดนั้น และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมายืนในจุดนี้ และอยากขอให้ทุกคนมองไปยังเป้าหมาย และเดินไปสู่อนาคตด้วยกัน เพราะประชาธิปัตย์จะไม่ใช่แค่พรรค แต่จะเป็นความหวัง ความศรัทธาของประชาชน เพราะประชาธิปัตย์เท่ากับประชาชน เพราะประชาชนคือประชาธิปัตย์
ขณะเดียวกัน วันนี้ น.ส.วทันยา ยังได้เดินทางไปร่วมงาน "Med Music in the Park" ครั้งที่ 2 โดยกล่าวถึงการลงชิงหัวหน้าพรรคครั้งนี้ เพื่ออยากเป็นหนึ่งทางเลือกในการฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ ฟื้นฟูอุดมการณ์ของพรรคตั้งแต่ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์วันแรกกลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุดมการณ์ทางการเมืองในความเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย รวมถึงการต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้อุดมการณ์บางจุดเลือนลางไป
อย่างไรก็ตาม ภาพเวทีการเมืองเมืองไทยหลังจากนี้ นอกเหนือจากแนวนโยบายที่พรรคการเมืองนำเสนอประชาชนแล้ว คือ การนำเสนอจุดยืนพรรคการเมือง เพื่อให้ประชาชนกำลังมองหา จึงต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างของพรรคไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว จึงอยากสร้างพื้นที่ให้พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคการเมืองเดียว ที่มีประชาชนเป็นเจ้าของ เป็นเวทีเปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง
"พรรคประชาธิปัตย์มีบุคลากรมากมาย ที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ ที่ผ่านมาผ่านบทเรียนและความสำเร็จและความผิดพลาด วันนี้หากได้รับโอกาสในการทำหน้าที่หัวหน้าพรรคอยากจะนำพาพรรคประชาธิปัตย์ผ่านการเรียนรู้ทั้งความสำเร็จและความผิดพลาดเพื่อก้าวเดินต่อไปสู่อนาคตโดยนำบทเรียนเหล่านี้มาเป็นจุดแข็งในการบริหารพรรค" น.ส.วทันยา ระบุ
ขอให้มั่นใจ 9 ธ.ค. ได้หัวหน้าพรรคและยังเป็นฝ่ายค้านตามเดิม
ขณะที่ "นายราเมศ รัตนะเชวง" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า แนวทางการเลือกหัวหน้าพรร ในการประชุมใหญ่วิสามัญ ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานเลขาธิการพรรค และรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค ได้มีการจัดเตรียมสถานที่ และกำหนดองค์ประชุมตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ข้อที่ 81 และที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายพรรคการเมืองว่าจะต้องมีไม่น้อยกว่า 250 คน
ทั้งนี้ แต่ในส่วนของข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเตรียมองค์ประชุมไว้เบื้องต้น 346 คน และมีมติของรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ให้มีการกำหนดองค์ประชุมสำรองอีก 150 คน ซึ่งจะเป็นบุคคลที่จะไปร่วมประชุม เป็นองค์ประชุมในการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อที่จะเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
สำหรับโดยขั้นตอนการเลือกหัวหน้าพรรค ก็จะไปยุติในวันที่ 9 ธ.ค. คือ แม้ว่าขณะนี้จะมีความเคลื่อนไหวของสมาชิกพรรคที่ได้เปิดตัวกับสื่อมวลชนไปบ้างแล้ว และอาจจะมีสมาชิกพรรคคนอื่นที่ยังไม่เปิดตัวต่อสาธารณะ ซึ่งสมาชิกพรรคทั้งที่มีการเปิดตัว และยังไม่ได้เปิดตัวต่อสาธารณะขณะนี้ เรียกได้ว่าเป็นผู้แสดงเจตจำนงในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังไม่เรียกว่าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการตามข้อบังคับพรรคก่อน ซึ่งในวันที่ 9 ธ.ค. เมื่อมีการเปิดประชุมแล้ว จะมีการการเข้าสู่ระเบียบวาระของการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ก็จะมีสมาชิกซึ่งเป็นองค์ประชุมเสนอชื่อของผู้แสดงเจตจำนง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งต่อที่ประชุม พร้อมกับจะต้องมีผู้รับรอง และเมื่อมีการตรวจสอบคุณสมบัติถูกต้อง ก็จะหมายความว่า ผู้แสดงเจตจำนงเหล่านั้น ก็จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรค อย่างเป็นทางการ
"ผมมีความมั่นใจว่าในวันที่ 9 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ พรรคจะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ และเชื่อมั่นว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะนำพาพรรคก้าวเดินต่อไปในอนาคต และก็เชื่อมั่นด้วยความเป็นสถาบันทางการเมือง บุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องยึดหลักการของพรรคมุ่งมั่นฟื้นฟูพัฒนาพรรคให้เข้ากับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญที่สุดก็จะมาเป็นผู้นำในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนและประเทศ เป็นผู้นำพาพรรคให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาพรรคให้มีความยั่งยืนในอนาคตต่อไป" นายราเมศ กล่าว
นอกจากนี้ เมื่อประชาธิปัตย์ได้หัวหน้าพรรคแล้ว ก็ยังทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศ พร้อมกับจัดการบริหารพรรคควบคู่กันไป ตั้งแต่เรื่องการปรับปรุงฟื้นฟูพัฒนาพรรคในเรื่องต่างๆ โดยเชื่อว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จะนำพาพรรคไปเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้าได้