"แพทองธาร" หวังส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ไทย สู่สายตาชาวโลก
15 พ.ย. 2566 | sirisak_rue

"แพทองธาร" มุ่งมั่นเดินหน้าสร้าง Soft Power ผลักดันการพัฒนาศักยภาพ "คน-อุตสาหกรรม-นโยบายต่างประเทศเชิงรุก" ยกระดับชีวิตคนไทย ส่งออกวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก
การเมือง
15 พ.ย. 2566 | sirisak_rue

"แพทองธาร" มุ่งมั่นเดินหน้าสร้าง Soft Power ผลักดันการพัฒนาศักยภาพ "คน-อุตสาหกรรม-นโยบายต่างประเทศเชิงรุก" ยกระดับชีวิตคนไทย ส่งออกวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก
15 พ.ย.66 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ บรรยายพิเศษ ‘Soft Power The Great Challenger’ ในงานสัมมนา ‘THAILAND 2024 : beyond RED OCEAN เส้นทางใหม่ เป้าหมายใหม่ ที่มั่นคง’ จัดขึ้นโดย ประชาชาติธุรกิจและประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดยมีนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรี นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ รวมถึงนักธุรกิจและภาคเอกชนชั้นนำและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมรับฟัง
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาคำว่า ‘Soft Power’ คือหนึ่งในคำที่สังคมไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งคำนิยามและรูปแบบ ซึ่งวันนี้คนเข้าใจในภาพรวมว่าไม่ใช่สินค้าแต่เป็นการพยายามสร้างสินค้าที่มีอยู่แล้วให้เป็นพลัง ‘Soft Power’ คือ อำนาจในการทำให้ประเทศหนึ่ง หรือสังคมหนึ่งพร้อมโอบรับวัฒนธรรมอื่น ๆ ให้เข้ามาโดยที่ไม่ได้มีการบังคับ เช่น ‘Apple’ ซึ่งเราสมัครใจซื้อไอโฟนที่ออกมาทุกรุ่น โดยไม่มีการบีบบังคับ หรืออย่างเครื่องสำอาง ลิปสติก มีแบรนด์ต่าง ๆ มากมาย 4U2 Naree loreal Mac GUERLAIN Tom ford ทั้งที่เนื้อสัมผัสและสีก็ใกล้เคียงกัน
แต่เราก็จะเลือกซื้อยี่ห้อที่ใช้อยู่ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของความไว้ใจในแบรนด์ คุณค่าในแบรนด์ที่ตรงกับเรา แบรนด์รอยัลตี้จึงเกิดขึ้น และเป็นธรรมดาที่แบรนด์เหล่านี้จะสร้างกลยุทธ์ นวัตกรรม สตอรี่เพื่อให้เราเข้าถึงและโอบรับสิ่งต่าง ๆ ที่แบรนด์เสนอ นี่ก็คือ Soft Power ที่มาในแบบของแบรนด์
"ถ้าพูดถึงประเทศต่าง ๆ ที่เรานึกถึงหากเป็นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราจะพูดในเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งประเทศญี่ปุ่นจะได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก แต่ในช่วง 10 ปีหลังมานี้มีทั้งเกาหลีและจีนเข้ามาอยู่ในใจเรามากขึ้น เพราะตลอดเวลา 10 กว่าปีมานี้ ทั้งเกาหลีและจีนได้โปรโมตสิ่งต่าง ๆ ในรูปแบบวัฒนธรรมผ่านทางภาพยนตร์ สถานที่ท่องเที่ยว ในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทำให้เราได้เห็นและโอบรับวัฒนธรรมนั้นโดยไม่รู้ตัว ทำให้สินค้าของเขามาอยู่ในใจเรา" น.ส.แพทองธาร ระบุ
น.ส.แพทองธาร กล่าวอีกว่า โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล คือ จะทำอย่างไรให้ต้นทุนวัฒนธรรมทำที่เรามีสร้าง Soft Power ที่นำมาซึ่งเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและโอกาสให้ประชาชนได้อย่างไร ซึ่งการจะสร้าง Soft Power จะต้องมี 3 องค์ประกอบหลัก ซึ่งตามทฤษฎีของโจเซฟ ไนล์ ที่ได้พูดไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว คือ
ซึ่งหากมองย้อนกลับไป เมื่อ 20 ปีที่แล้ว รัฐบาลไทยรักไทยเคยสร้างนโยบายที่สร้างให้ต้นทุนทางวัฒนธรรมของเราสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ เช่น นโยบาย OTOP ที่สนับสนุนการเติบโตของสินค้าที่มาจากวัฒนธรรม รวบรวมทำแบรนด์ดิ้งของสินค้าทั่วประเทศ แล้วโปรโมตออกไปในต่างประเทศให้คนไทยเกิดความภาคภูมิใจที่สินค้าของเขาได้ประจักษ์ในสายตาชาวโลก
ขณะที่ TCDC หรือ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ที่มีตัวอย่างวัตถุดิบต่าง ๆ ให้ผู้ออกแบบได้เห็นได้สัมผัส เพื่อปลดล็อกศักยภาพในการสร้างสรรค์ รวมถึงยังมีห้องแลปสำหรับทดลองการออกแบบ หรือกรุงเทพเมืองแฟชั่น ที่จุดพลุใหญ่ให้วงการแฟชั่นไทยให้ทั่วโลกหันมาสนใจ หรือโครงการใหญ่อย่างครัวไทยสู่ครัวโลกที่สร้างเชฟอาหารไทยส่งออกไปทั่วโลก ส่งผลให้เกิดร้านอาหารไทยเพิ่มขึ้นมากมายในต่างประเทศ ซึ่งทุกนโยบายที่กล่าวมาจะช่วยพัฒนาต้นทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งเราได้เรียนรู้จากนโยบายที่เคยทำไว้ คือ การจะสร้าง Soft Power จะต้องทำทั้งระบบ สร้างกลไกพัฒนายุทธศาสตร์ Soft Power พัฒนาทั้งอุตสาหกรรมและตัวคน ประกอบด้วย
ส่วนแรก - คือการพัฒนาอุตสาหกรรม เราจะตั้งหน่วยงานที่มีชื่อว่า Thacca - Thailand Creative Content Agency ซึ่งจะเป็นกลไกสะท้อนเสียงจากภาคเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบาย จะประกอบไปด้วยคณะอนุกรรมการทั้งหมด 12 คณะ ประกอบด้วย
น.ส.แพทองธาร กล่าวอีกว่า ซึ่งในยุทธศาสตร์ Soft Power เราจะรวมแผนในเรื่องการพัฒนา Thacca ด้วยการใช้ พ.ร.บ. ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนของการร่าง ซึ่งคิดว่าจะแล้วเสร็จสิ้นและนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในกลางปีหน้า เพราะเราเรียนรู้แล้วว่าถ้าอยากให้มีการทำงานต่อเนื่อง ไม่ถูกพับเก็บไปเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล จึงจะต้องทำให้สิ่งนี้จะอยู่คู่กับคนไทยในการช่วยพัฒนาด้านต่าง ๆ ต่อไปได้ ถ้าจะมีการพับเก็บจะต้องมาจากเสียงของพี่น้องประชาชนเท่านั้น
ส่วนที่ 2 - คือการพัฒนาคนที่จะเข้ามาในอุตสาหกรรมด้วยนโยบาย “1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ - One Family One Soft Power หรือ OFOS” เรามีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับรายได้ทุกครอบครัวให้ถึง 200,000 บาทต่อปี ด้วยการพัฒนาศักยภาพอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละครอบครัว อาจมีรายได้สูงถึง 16,000 บาทต่อเดือน การยกระดับครั้งนี้จะใช้กลไกของกองทุนหมู่บ้านเป็นช่องทางให้พี่น้องประชาชนทุกครอบครัวลงทะเบียน ตามความถนัดแต่ละด้าน
อย่างเช่นในวงการอาหารจะสามารถผลักดันไปสู่โลกได้ ผ่านโครงการ ‘หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย’ ตั้งเป้าว่าจะมีการอบรมถึง 70,000 คน โดยจะสร้างเชฟที่ได้มาตรฐานผ่านการควบคุมจากเชฟมืออาชีพ ส่วนเรื่องของการกีฬาเรากำลังเริ่มวางแผนการยกระดับมวยไทย ให้มีหลักสูตรที่ชัดเจนได้มาตรฐานเกิดขึ้น ขณะนี้ในต่างประเทศมีค่ามวยไทยมากกว่า 40,000 แห่งทั่วโลก ให้จัดให้มีหลักสูตรที่ชัดเจนและพร้อมที่จะไปอยู่ในแต่ละประเทศมากขึ้น
ส่วนที่ 3 - ที่สำคัญมาก ๆ คือจะต้องมีนโยบายต่างประเทศเชิงรุก ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์จะเป็นหน่วยงานสำคัญที่รับผิดชอบร่วมกับภาคเอกชน
"การสร้าง Soft Power ไม่ใช่เรื่องที่มีหลักสูตรที่ชัดเจน ไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำทางลัดได้ ไม่ใช่เรื่องที่สามารถเร่งกระบวนการทุกอย่างได้ แต่วันนี้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้เริ่มแล้ว ภาคเอกชนก็เริ่มแล้ว ต่างประเทศก็พร้อมที่จะเปิดรับวัฒนธรรมต่าง ๆ ทั่วโลก จึงอยากบอกว่าเราจะวางยุทธศาสตร์สร้างซอฟต์พาวเวอร์ให้ประเทศไทยกลับมามีตัวตนอีกครั้ง พร้อมที่จะยกระดับชีวิตพี่น้องประชาชนสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง" น.ส.แพทองธาร ระบุ