เมื่อพูดถึง soft power เรามักพูดถึง Joseph Nye ซึ่งเป็นต้นตำรับของการนำคำว่า soft power มาสู่การอธิบายที่ทำให้เราเข้าใจชัดเจนมากขึ้น
Nye อธิบาย soft power ไปในทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และต่อมาเขาปรับแนวคิดของตนเองในทางที่กว้างขึ้น นักวิชาการอีกหลายคนมีการศึกษา และพูดถึง soft power มากขึ้น มีการนำทุนต่างๆ ที่มีในประเทศ มาเคลื่อนให้เกิดพลังสร้างสรรค์ ด้วยกลไกต่างๆ และพัฒนาความสามารถแบบสร้างสรรค์ เพื่อก่อเกิด พลังสร้างสรรค์ดึงดูด ในหลายพื้นที่ พร้อมมีการถอดบทเรียนออกมา ให้เราศึกษาค่ะ
ประเภทของ soft power จึงไม่เพียง มี 3 ประเภท แบบของ Nye คือ
1.ทุนทางวัฒนธรรม
2.ค่านิยมทางการเมือง
3.นโยบายต่างประเทศ
แต่เราสามารถ จำแนก ได้ไปถึง คำสอน วิถีปฏิบัติ และทุนที่ทันสมัย ที่รวม เทคโนโลยีอีกด้วย
อย่างไรก็ดีสิ่งที่ประเทศไทยควรใส่ใจคือ เรามีทุนมากมายค่ะ เราจะเห็นคุณค่า และใช้ทุนนั้นให้เกิดพลังสร้างสรรค์ อย่างไร กระบวนการพัฒนาศักยภาพ ผลิตพลัง ด้วยกลไกต่างๆจำเป็นค่ะ
ตัวอย่างกลไกที่นานาประเทศทำแล้วบรรลุผล ก็มีแตกต่างกันการสนับสนุนโดยรัฐ การเปิดพื้นที่ ในการแสดงออกซึ่งความหลากหลาย การเรียนการสอน อบรม การส่งเสริมภาควิชาการ สถาบันต่างๆ ประชาสังคม และบุคคลก็จำเป็น เพื่อให้ ไปสร้างนวัตกรรมเป็น คานงัดเอาทุน มาเป็น พลัง และทำให้ปรากฏ ประจักษ์ สัมผัสได้ ให้เกิดความชื่นชม ยอมรับ ยกย่อง ศรัทธา เกิดอุดมการณ์ร่วม เกิดศรัทธา
กลไกนี้ต้องเดินอย่างมี ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และยุทธศิลป์ ทุนแต่ละประเภท ก็อาจมียุทธวิธี และยุทธศิลป์ ที่ต่างกัน แต่เป้าหมายร่วมกัน เช่น การสร้าง ความสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียว ความภูมิใจในความเป็นชาติ และเกิดการพัฒนาที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำลาย
เมื่อความจริง ความดีความงามเกิด มันคือคุณค่า ที่สำคัญ อาจนำไปสู่ มูลค่า ทางเศรษฐกิจ สังคม ได้ต่อไป