นายอารีเพ็ญ กล่าวต่อ การทำหน้าที่ในครั้งนี้ไม่ได้ข้ามหน้าข้ามตาใคร แต่เป็นการช่วยเหลือตามศักยภาพ ซึ่งการเดินทางไปประเทศอิหร่านนั้น เพราะประเทศอิหร่านเป็นผู้มีอิทธิพลขบวนการฮามาส และเป็นแหล่งสำคัญที่สนับสนุนกลุ่มฮามาสเมื่อคนที่มีบุญคุณใหญ่หลวงขออะไรไปเขาก็น่าจะไม่ปฏิเสธ
"ตนมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริง เราเป็นกลุ่มแรกที่ไปพูดคุยกับกลุ่มฮามาสอย่างเป็นทางการ ถ้าหากคนไทยได้ปล่อยตัว ก็เป็นผลงานของคนไทยทั้งหมด ไม่ใช่ผลงานของคนใดคนหนึ่ง เราจะไม่ก้าวก่ายรัฐบาลในการทำหน้าที่ เราทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนประธานรัฐสภาเท่านั้น ที่เข้าไปพูดคุยโดยตรง" นายอารีเพ็ญ กล่าว
ขณะที่ นายมุข กล่าวต่อ เราต้องให้เกียรติ กลุ่มฮามาสว่าพูดความจริง เพราะถ้าจะมาพูดอย่างทำอย่าง ก็ไม่จำเป็นจะต้องให้เข้าพบตั้งแต่แรก ดังนั้นการให้เข้าพบก็แสดงว่ายินดีต้อนรับและพร้อมที่จะพูดความจริง นั่นคือตัวประกันคนไทยอยู่ในความปลอดภัยดีแล้ว เราก็ต้องเชื่อในศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์ และ นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ที่ต้องยึดมั่นในศาสนาจึงจะไม่พูดโกหก
พร้อมฝากสื่อและประชาชน เพราะมีการพูดโจมตีฮามาส ปาเลสไตน์ และอิหร่าน จึงอยากให้ฟังหลายฝ่าย เพื่อวิเคราะห์ความเป็นจริงว่าเป็นอย่างไร
ทั้งนี้คงไม่สามารถยืนยันได้ 1,000 % หรือ 10,000 % แต่ตนเชื่อว่า เมื่อวันที่คนไทยกลับมาปลอดภัยทั้งหมด คือคำตอบ และให้สังคมพิจารณาว่า คณะพูดคุยเดินทางถูกต้องแล้วหรือไม่ แต่ถ้าท้ายที่สุดคนไทยไม่ถูกปล่อยตัว ก็จะได้รู้ว่าที่ทำมาไร้ผลและไม่ถูกต้อง ขณะที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ดำเนินการอีกทางหนึ่งแต่ไม่ว่าจะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ไม่สำคัญ ท้ายที่สุดคือการนำคนไทยกลับมาเท่านั้นเอง