ส่วนกรณีที่ประเทศอื่น ๆ สามารถอพยพพลเมืองของตนได้สำเร็จ และรวดเร็วกว่านั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ขอชี้แจงว่า ส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบยุโรป และไม่ไกลจากอิสราเอลมาก และส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว สามารถรวมพลได้ง่าย ไม่ต้องฝ่าพื้นที่อันตรายออกมา เหมือนแรงงานที่กระจายตามพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมย้ำว่า แรงงานที่ได้รับความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้ทำงานกับนายจ้างคนใหม่นั้น ก็ยังสามารถลงชื่อเพื่อขอกลับประเทศได้
"หากสถานการณ์สงบแล้ว กระทรวงแรงงาน จะประสานทางการอิสราเอล และหน่วยงานรับหางาน เพื่อให้สามารถกลับไปทำงานได้ต่อ โดยจะไม่เสียสิทธิใด ๆ และแรงงานไทย ยังมีสิทธิปฏิเสธไม่ทำงานในภาวะสงครามได้ และหวังว่า นายจ้างจะพิจารณาถึงความปลอดภัย เพราะในพื้นที่ที่มีการสู้รบ ทางการอิสราเอล ก็ประกาศไม่ให้ออกจากเคหะสถาน" นางกาญจนา กล่าว
ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าว โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้เปิดเผยภาพที่ "นางพรรณนภา จันทรารมย์" เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เดินทางไปเยี่ยมแรงงานไทยในค่ายแรงงานไทยในอิสราเอล เพื่อชี้แจงถึงการเตรียมการ และขั้นตอนการอพยพกลับประเทศ