ส่วนขั้นตอนภายหลังแรงงานไทยแสดงความจำนงขอเดินทางกลับประเทศนั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ยังจะต้องรอการแจ้งความประสงค์ของแรงงานไทยก่อน เพราะหลายคนยังรอประเมินสถานการณ์ หรือบางส่วนยังไม่สามารถติดต่อได้ และตามขั้นตอนจะดำเนินการตามแผนอพยพ เพื่อย้ายคนไทยมายังพื้นที่ปลอดภัยก่อน โดยการดำเนินการ ก็จะต้องคำนึงถึงสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ด้วย
ส่วนจะประสานไปยังประเทศใกล้เคียง เพื่อให้อากาศยานของไทยไปจอดเพื่อเตรียมความพร้อมรับคนไทยกลับไว้ก่อนหรือไม่นั้น ศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้มีการพูดคุยกัน เช่น ประเทศจอร์แดน และประเทศอื่น ๆ และการใช้เครื่องบิน ทั้งของกองทัพ เครื่องบินพาณิชย์ และการเช่าเหมาลำ ก็ถือเป็นทางเลือก แต่ก็จะต้องขึ้นอยู่กับจำนวนของผู้อพยพ แต่ยืนยันว่า รัฐบาลมีความพร้อมในการดูแลผู้อพยพ ทั้งการเตรียมการหน่วยแพทย์ เพื่อดูแลผู้บาดเจ็บต่าง ๆ ระหว่างการเดินทางกลับ
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานสถานการณ์ภายในอิสราเอลขณะนี้ว่า ยังคงมีการโจมตีด้วยจรวดจากฉนวนกาซา จนทำให้พลเมืองทั้งอิสราเอล และปาเลสไตน์ ได้รับผลกระทบ บาดเจ็บ และเสียชีวิต และยังมีพลเมืองอิสราเอล และชาติต่าง ๆ ทั้งฝรั่งเศส เยอรมัน จอร์เจีย ยูเครน รวมถึงไทย ถูกจับไปเป็นตัวประกันกว่า 100 คน ซึ่งรัฐบาลอิสราเอลกำลังพยายามกระชับพื้นที่ เพื่อให้ได้คืน และพยายามช่วยเหลือตัวประกันที่ถูกจับกุมไป
ทั้งนี้ โดยกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ได้ประกาศภาวะสงคราม ทำให้กองทัพมีอำนาจสั่งการด้านความปลอดภัย และการปิดสถานที่ของพลเรือนตามความเหมาะสม และจะอพยพพลเมืองทุกคนออกจากพื้นที่ ที่ใกล้พรมแดนฉนวนกาซา ภายใน 24 ชั่วโมง โดยจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า ไม่มีผู้ก่อการร้ายในบริเวณต่าง ๆ เพื่อให้ความปลอดภัยต่อพลเมืองเป็นสำคัญ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล ได้รายงานสถานการณ์ให้คณะทูตานุทูตต่างประเทศ ประจำอิสราเอล ผ่านทางออนไลน์ เพื่อชี้แจงสถานการณ์ และลดความกังวล
"ย้ำว่าท่าอากาศยานของอิสราเอล ยังคงเปิดทำการปกติ แต่มีเที่ยวบินเหลือ ร้อยละ 50 จากปกติก่อนเกิดเหตุ และทางการอิสราเอล ยืนยันว่า อิสราเอลยังคงมีความปลอดภัย ไม่แนะนำให้อพยพ แต่หากประเทศใด ประสงค์จะอพยพ ก็สามารถทำได้ และใช้เครื่องบินพาณิชย์อพยพ เพื่อความสะดวกรวดเร็วได้ หรือใช้เครื่องบินอื่น ก็สามารถติดต่อกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลเพื่อประสานงานต่อไปได้" นางกาญจนา กล่าว
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังย้ำว่า รัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศ เข้าใจถึงความละเอียดอ่อนในสถานการณ์ และการกำหนดท่าทีต่าง ๆ ในภาวะวิกฤต จะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง รอบคอบ เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่สามารถมีใครยอมรับได้ และเกิดขึ้นกับพลเมืองผู้บริสุทธิ์ด้วย และหวังว่า ความรุนแรงต่าง ๆ จะยุติลง และมีการปล่อยตัวพลเมืองผู้บริสุทธิ์ ซึ่งรวมถึงแรงงานจากประเทศไทยด้วย