“ลิซ่า” ซัดย้ายผู้ว่าฯ แค่ละครฉากหนึ่ง - สื่อภูเก็ตร้องถูกฟ้อง
17 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

“ลิซ่า” ซัดย้ายผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ เป็นเพียงละครฉากหนึ่งของการจัดระเบียบอำนาจ ด้านสื่อภูเก็ตร้องถูกฟ้องเรียก 5 ล้าน ปมแฉหาดบางเทา
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

“ลิซ่า” ซัดย้ายผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ เป็นเพียงละครฉากหนึ่งของการจัดระเบียบอำนาจ ด้านสื่อภูเก็ตร้องถูกฟ้องเรียก 5 ล้าน ปมแฉหาดบางเทา
KEY
POINTS
17 มิถุนายน 2569 ดราม่าภูเก็ตเดือด! สื่อท้องถิ่นร้องถูกฟ้องปิดปาก 5 ล้าน หลังเปิดปม “หาดบางเทา” และข้อกล่าวหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ “ลิซ่า” ซัดแรงการย้ายผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต เป็นเพียง “ละครฉากหนึ่ง” พร้อมตั้งคำถามถึงการปราบส่วยและอิทธิพลในจังหวัด
ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน รับหนังสือจาก นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งเพจข่าวโหดจัง จังหวัดภูเก็ต กรณีถูกผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งฟ้องร้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
นายวรพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ต้องลำบากมาถึงกรุงเทพฯ และมายื่นเรื่องต่อกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ที่คิดว่าจะได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ตนเดือดร้อนการนำเสนอปัญหาหาดบางเทา ที่ผู้มีอิทธิพล ญาติของข้าราชการระดับใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต มาฟ้องปิดปาก จึงอยากให้สื่อมวลชนได้เห็นว่าสื่อท้องถิ่นต้องเผชิญกับผู้มีอิทธิพลเจ้าของที่บุกรุกที่สาธารณะจังหวัดภูเก็ต ให้ประชาชนคนไทยได้เห็น จากข้อความที่เขียนในเพจข่าว โดนฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท ไม่ได้ฟ้องที่จังหวัดภูเก็ต แต่ไปฟ้องถึงศาลอาญาที่กรุงเทพฯ รู้สึกว่าการกระทำแบบนี้ ที่มีการนำเสนอข้อความ มันรุนแรงไปหรือไม่กับการฟ้องร้อง แต่ทุกคนมีสิทธิ์ฟ้องร้อง
ถ้าทุกคนได้ลงพื้นที่จริง จะรู้หมดว่า ใครบุกรุก ใครอยู่เบื้องหลัง ไม่สามารถนำเสนอความจริงได้เลย แต่วันนี้ตนยังมีคดีความติดตัวอยู่และต้องขึ้นมาดำเนินการที่กรุงเทพฯ เพื่อที่จะรับทราบข้อกล่าวหาและสู้คดีต่อไป โดยอยากจะนำเรื่องนี้ให้สื่อมวลชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ช่วยกันติดตามความเป็นจริงว่าสื่อในจังหวัดภูเก็ตทุกวันนี้ถูกเบียดเบียน ถูกกดขี่ ถ้านำเสนออะไรที่ไม่ได้เป็นผลบวกหรือผลประโยชน์ ก็จะโดนแบบนี้แบบ
ด้าน น.ส.ภคมน กล่าวว่า ผู้มีอิทธิพลดังกล่าวไม่ใช่คนใหม่ แต่เป็นผู้มีอิทธิพลที่มีข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข่าวการย้ายรองผู้ว่า
การย้ายรองผู้ว่าฯ เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น คนที่ยังมีอำนาจและมีมือทำงานอยู่ในพื้นที่ ก็ยังคงเรียกรับผลประโยชน์ ฟ้องสื่อมวลชน และทำทุกอย่างเหมือนเดิม ดังนั้นรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ในฐานะเจ้ากระทรวง ต้องจริงใจกับประชาชน และต้องยอมรับให้ได้ หากประชาชนตั้งคำถามว่า การย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯภูเก็ต เป็นแค่ละครฉากหนึ่ง ที่จะนำไปสู่การวางอำนาจใหม่ในจังหวัดเท่านั้น โดยการย้ายรองผู้ว่าฯที่มีข้อกล่าวหาที่รุนแรง ทำไมจึงไม่มีการสอบทางวินัยและทางอาญาให้สาธารณชนรับรู้
“ร้อยวันพันปี การประชุมมหาดไทยประชาชนไม่เคยรับรู้ แต่ 2-3 วันที่ผ่านมา ประชาชนได้เห็นการประชุม เพราะคุณมีธงที่ชัดเจน ว่าต้องการจะแสดงอะไรกับสาธารณะ และได้แสดงบทนั้นออกมา สุดท้ายแล้วความขัดแย้งส่วนตัว ประชาชนไม่ได้สนใจ แต่สิ่งที่สนใจคือผลประโยชน์ อิทธิพล และส่วย จะถูกจัดการอย่างไร วันนี้ทุกคนทราบว่า การย้ายแค่หัวแต่หางยังอยู่ คิดเหรอว่าเขาจะไม่เสิร์ฟเครื่องบรรณาการเหมือนเดิม
เพราะฉะนั้นหากจะจริงจังเล่นใหญ่แล้ว ก็เอาให้จริง ขุดถอดรากถอนโคน ที่กินผลประโยชน์ในจังหวัดว่าอยู่ตรงไหนบ้าง อย่าแค่มาเล่นใหญ่ฮึ่มๆ และการย้ายครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ตลกมาก ซึ่งกรณีของรองซีฟู้ด มีความผิดและข้อกล่าวหาชัดเจน แต่ย้ายจากจังหวัดภูเก็ตไปนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่กว่า แถมเป็นจังหวัดบ้านเกิดด้วย จึงคิดว่านี่คือฐานความผิดของการย้ายข้าราชการที่มีความผิด แต่คนถูกย้ายน่าจะดีใจที่สุดในโลกแล้ว ย้ายกันยังไงให้คนถูกย้ายดีใจ” น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ฉากละครสำคัญวันนี้เล่นไม่เนียน ผู้เขียนบททำมาไม่ละเอียด ประชาชนต้องติดตามต่อไป คือการวางอำนาจใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ที่ตนกล้าพูดแบบนี้ เปิดแผนที่ประเทศไทยดูได้เลย ว่าภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยกเว้นจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น ที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่สามารถยึดครองได้ ดังนั้นการย้ายผู้ว่าฯวันนี้ คือการวางอำนาจใหม่ของระบอบสีน้ำเงิน ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และคาดหวังว่า จะยึดอันดามันให้ได้ทั้งหมด
ดังนั้น วันนี้อย่ามองแค่ความขัดแย้งของบุคคล หรือการกระทำที่เกิดขึ้นของบุคคล สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ใหญ่กว่านั้นมาก และกำลังทำให้ประชาชนหมดศรัทธา ทำให้ระบอบสีน้ำเงินขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งวันนี้คนที่ต้องรับผิดชอบคือผู้มีอำนาจทุกคน อย่าทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย และอย่าให้หมดศรัทธากับการเมืองไทย อย่างน้อยต้องแสดงความจริงใจ และสืบเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ทั้งนี้ เชื่อว่าหลังจากข่าวนี้ออกไป จะมีคนออกมาบอกว่า เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบ ขอพูดตรงๆว่าตนไม่เชื่อ เพราะที่ผ่านมา เรื่องของอธิบดีกรมการปกครอง นายกฯ บอกว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบ แต่รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้บอกใน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ว่ายังไม่มีการตั้งคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นอย่าพ่น อย่าพูดไปเรื่อยๆ ทำให้จริง ประชาชนจับอยู่
เมื่อถามว่า เปลี่ยนผู้ว่าคนใหม่แล้วและนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คนลงพื้นที่ จะสามารถปราบมาเฟียผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ได้หรือไม่ นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องอิทธิพลเรื่องส่วยมีมานานแล้ว เปลี่ยนผู้ว่าฯกี่สิบคนก็ยังมีส่วย ลมใต้ปีกของผู้มีอิทธิพลก็คือข้าราชการระดับสูงที่เกาะกินจังหวัดภูเก็ตอยู่ วันนี้คนภูเก็ตจำทนมาหลาย 10 ปี ก็อยากที่จะเลือกตั้งผู้ว่ากำหนดอนาคตของคนภูเก็ตเอง จึงอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีด้วยว่าคนภูเก็ตอยากเลือกตั้ง
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเองลงพื้นที่ภูเก็ตเยอะมาก ก็น่าจะรู้ปัญหาดีอยู่แล้วว่าปัญหาเหล่านี้อยู่ตรงไหน อยู่ที่ความจริงใจของนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าสั่งการวันนี้เสร็จตั้งแต่เมื่อวาน แต่วันนี้ยังไม่เห็น ก็ขอให้สั่งวันนี้ พรุ่งนี้เสร็จก็ได้ ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรูมาให้ความหวังคนภูเก็ต ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดตราบใดที่ตนยังเป็น สส.ของคนภูเก็ตอยู่ ก็พยายามที่จะไปขุดหลุมต่างๆ รัฐบาลต้องไปกลบหลุมให้ทัน หากมีความจริงใจจริงก็ช่วยแก้ปัญหาในหลุมนั้นด้วย
เมื่อถามว่า ในการโยกย้ายครั้งนี้จะเป็นการถือโอกาสเพื่อวางโครงข่ายระบอบสีน้ำเงินใหม่หรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า หากไปดูผู้ว่าราชการที่ย้ายเข้าไปใหม่ตอนนี้ ตนไม่ได้สบประมาทหรือดูแคลน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสายใกล้ชิดของท่านคือสายไหน
"สิ่งที่เราเห็นกันหน้าฉากวันนี้ส่วนหนึ่งเป็นการวัดพลังกัน เพื่อชิงกันนำเป็นที่หนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ของผู้มีอำนาจในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน เรื่องแก้ปัญหาเป็นเรื่องรอง แต่วันนี้สิ่งที่ทำได้คือคนของใครเข้าไปมีอำนาจมากกว่า คนๆ นั้นมีโอกาสเป็นที่หนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ และการแก้ปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องรองมา นี่คือจุดประสงค์หลักๆ ที่ดิฉันอยากชวนประชาชนมองข้ามช็อตให้ทันเกมของการวางระบอบสีน้ำเงินในวันนี้" น.ส.ภคมน กล่าว
เมื่อถามว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่บอกว่าเป็นการวัดพลังจะนำไปสู่รอยร้าวในพรรคหรือไม่ เพราะล่าสุดนายกฯ เอา EEC กลับมาดูเอง น.ส.ภคมน กล่าวว่า คนอื่นต้องให้ความเป็นธรรมก่อน เพราะตนไม่แน่ใจว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมงานล้นมือหรือไม่ นายกรัฐมนตรี อาจเห็นแล้วว่าการบริหารจัดการเรื่องปัญหา EEC และการนำเรื่อง พ.ร.บ. SEC เข้ามา อาจถูกตั้งคำถามและมีการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้เพิ่มขึ้น อาจจะแบ่งเบาภาระของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ตนคิดว่าประชาชนและคนไทยทั้งประเทศไม่ควรรับรู้ และเป็นภาระของพวกท่านไปจัดการให้เสร็จ ว่าใครควรใหญ่กว่าใคร พอแข่งกันใหญ่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นกับประชาชน ปัญหาไม่ได้ถูกจัดการ กลายเป็นว่าวันนี้ต้องตัดสินกันก่อนว่าใครใหญ่ที่สุด
"ดิฉันคาดหวังว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถนำคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ดิฉันคาดหวังจะเห็นพรรคภูมิใจไทยเป็นเอกภาพมากกว่านี้ ไม่ใช่ให้กำลังใจ ไม่ได้รักอะไรท่านขนาดนั้น เพียงแต่คาดหวังให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับผลประโยชน์บ้างจากการขึ้นมาเป็นรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยในวันนี้" น.ส.ภคมน กล่าว