นายภูมิธรรม กล่าวต่อ ระหว่างการประชุม ได้มีการพูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, กองทัพบก, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงคมนาคม, สภาความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีผู้เสียชีวิต อย่างเป็นทางการ 2 ราย แต่ก็มีกระแสข่าวได้รับรายงานจากนายจ้าง ว่า น่าจะมีมากถึง 10 ราย แต่ต้องรอการยืนยันจากรัฐบาลอิสราเอลอีกครั้ง ส่วนตัวเลขของผู้ที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันอย่างเป็นทางการตอนนี้คือ 11 ราย ขณะที่ยอดของผู้บาดเจ็บตอนนี้มีทั้งหมด 8 คน มี 2 คน ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีก 6 คนบาดเจ็บเล็กน้อย
ขณะนี้กองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบิน 6 ลำ ประกอบด้วย A340 จำนวน 1 ลำ และ C-130 จำนวน 5 ลำ พร้อมเดินทางได้ทันที แต่ตอนนี้รอข้อมูลก่อน โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้รวบรวมรายชื่อของคนไทยทุกคนที่อยู่ในอิสราเอล ขณะเดียวกัน ก็ให้กระทรวงการต่างประเทศ แสวงหามิตรประเทศรอบข้างอิสราเอล เพื่ออพยพคนไทยไปอยู่ในเขตที่ปลอดภัย ก่อนที่จะอพยพกลับมาประเทศไทย เนื่องจากคนไทยมีมากถึง 30,000 คน จะอพยพทีเดียวคงเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ฉนวนกาซาที่มีคนไทยมากถึง 5,000 คน แต่ขออย่าเป็นกังวล
“ตอนนี้ไม่ต้องรอให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เราพร้อมดำเนินการทันที แต่ปัญหาคือ เรื่องของการสื่อสาร ที่ติดต่อได้บ้างไม่ได้บ้าง มีบางส่วนที่ยังติดต่อไม่ได้ จะเร่งดำเนินการติดต่อให้ได้โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ยังไม่มีความชัดเจน ว่า ใครประสานที่จะเดินทางกลับประเทศไทยบ้าง แต่เราประเมินไว้ว่า หากสถานการณ์เลวร้าย เราก็พร้อมรับมือ หากได้รับสัญญาณเราพร้อมปฏิบัติการทันที เราได้วางจุดประสานงานไว้พอสมควรแล้ว ต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายก่อน” รักษาการนายกฯ กล่าว