เนชั่นทีวี

การเมือง

"เสด็จพี่"ออกโรงฉะกลุ่มค้านเงินดิจิทัลย้ำคิดแบบเก่าก็ได้คำตอบเดิม

07 ต.ค. 2566 | chairat_pat

"เสด็จพี่"ออกโรงฉะกลุ่มค้านเงินดิจิทัลย้ำคิดแบบเก่าก็ได้คำตอบเดิม

"พร้อมพงศ์" โต้ "อดีตผู้ว่าฯ ธปท.-นักวิชาการเศรษฐศาสตร์" หลังรวมชื่อค้านนโยบายเงินดิจิทัล มองเป็นกลุ่มคนอยู่บนยอดพีระมิด แนะอยากให้ถามประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-วิกฤตเศรษฐกิจบ้าง ย้ำเลิกย่ำอยู่กับที่ เพราะจะได้คำตอบไม่ต่างจากเดิม

7 ตุลาคม 2566 "นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์" อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นต่อกรณีอดีตผู้ว่าฯ ธปท. นำทีมลงนามร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มหนึ่ง พร้อมยื่น 7 เหตุผลให้ยกเลิกนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป รวมวงเงิน 560,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 56 ล้านคน โดยอ้างว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศนั้นน้อยกว่าต้นทุนที่เสียไป และจะทำให้เสียวินัยการเงินการคลังในระยะยาว ซึ่งเรื่องนี้มองว่านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้ อยู่ส่วนบนของยอดพีระมิดทางเศรษฐกิจ อาจมองจากมุมเดิมๆ หรือมองจากแค่มิติเดียว

ทั้งนี้ อยากให้ผู้สื่อข่าวลองไปสอบถามกรณีเงินดิจิทัลจากมุมของประชาชนส่วนใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิค กับวิกฤติเศรษฐกิจ 9 ปีที่ผ่านมากันดูบ้างว่า คิดเห็นอย่างไรกับเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะแจก จะมองจากมุมนี้ หรือดาวไหนก็เห็นว่า ประชาชนชักหน้าไม่ถึงหลัง ยากจนเป็นหนี้กันทั่วหน้า เอสเอ็มอีล้มหายตายจาก ถูกฟ้องดำเนินคดีกันมากมาย จะผิดอะไรถ้ารัฐบาลจะช่วยประชาชนให้ฟื้นตัว

 

"มันก็ต้องกระตุ้นที่หัวใจ รดน้ำที่ราก เติมเงินให้ประชาชน กระตุ้นการบริโภค กระตุ้นการผลิตครั้งใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน คนมีเงินก็จะกล้าเอาเงินมาลงทุน เพราะจะเกิดการจับจ่ายใช้สอยที่มากขึ้น เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว" นายพร้อมพงศ์ กล่าว

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า การทำโครงการขนาดใหญ่ วันนี้ (7ต.ค.) ตนเชื่อว่าน่าจะยังไม่ทันกับงบประมาณปี 67 เพราะตั้งรัฐบาลช้า ทำให้การจัดทำงบประมาณล่าช้าเกือบครึ่งปี ถ้าคิดแบบเดิมๆ เหมือนที่อดีตผู้ว่า ธปท. และนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้แนะนำก็จะได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม ตนไม่อยากให้ขวางโลกหรือย่ำอยู่กับที่

 

"เหมือนตอนที่ท่านเป็นผู้ว่า ธปท. ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่เศรษฐกิจไม่ฟื้น ซึมยาวเหมือนคนป่วยหนักมาถึงทุกวันนี้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งภาระที่รัฐบาล ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจะต้องแก้ไข ผมเชื่อว่าเพื่อไทยคิดใหญ่ทำเป็น เคยทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้งหลายหน ในอดีตการคิดนอกกรอบ การมีนโยบายใหม่ วิธีการใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ประชาชนก็เคยเห็นกันมาแล้ว โครงการใหม่ๆ ในขณะนั้น เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน 76,000 ล้านบาท ตอนนั้นก็ถูกคัดค้านติติง บ้างก็ล้อเลียนว่าตายทุกโรค อ้างทำไม่ได้ เอาเงินมาจากไหน แล้วสุดท้ายเป็นยังไง สำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ ได้รับคำชื่นชมจากทั่วโลกก็ตั้งมากมาย จะผ่านมาหลายรัฐบาลประชาชนก็ยังใช้กันอยู่" นายพร้อมพงศ์ ระบุ

อย่างไรก็ตาม การติเพื่อก่อเชื่อว่า รัฐบาลเพื่อไทยยินดีรับฟัง แต่ถ้าอ้างว่าเป็นห่วง แต่แฝงวาระซ่อนเร้น จะทำให้ประชาชนและประเทศชาติเสียหาย เสียโอกาสในการฟื้นเศรษฐกิจ ในเมื่อโลกเปลี่ยนก็ต้องรู้จักปรับ อ้างกลัวโน้นนี้นั้น แล้วจะเดินต่อกันยังไง ก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี และเชื่อว่าวันนี้ประชาชนรอดู รอพิสูจน์ผลงาน ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยทำดีคิดถูก ก็จะสนับสนุน แต่ถ้าทำผิดทำพลาด เกิดความเสียหาย ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเองในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ข่าวล่าสุด