เนชั่นทีวี

Business thai

แนะ ”เศรษฐา” แก้ปัญหา “เราชนะ”ก่อนเดินหน้า “เงินดิจิทัล”

27 ก.ย. 2566 | thanita_boo

แนะ ”เศรษฐา” แก้ปัญหา “เราชนะ”ก่อนเดินหน้า “เงินดิจิทัล”

“สามารถ เจนชัยจิตรวนิช“ แนะ ”เศรษฐา” แก้ปัญหาจาก “โครงการเราชนะ”ก่อน หวั่นลามต่อถึง “เงินดิจิทัล” หลังมีร้านค้าถูกเรียกเก็บเงินคืนจากรัฐเพียบ

27 กันยายน 2566 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  เปิดเผยว่าตนได้ไปออกรายการ “เคลีย์ชัด ชัด”พร้อมกับเจ้าของร้าน “พลอยชาคาเฟ่” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายจากโครงการเราชนะ ทั้งหมด 3 พันกว่าร้านค้าที่ถูกรัฐส่งหนังสือเรียกเงินคืน 100%โดยในส่วนของ “พลอยชาคาเฟ่”ถูกเรียกเงินคืนทั้งหมดจากหน้าร้าน และออน์ไลน์รวมประมาณ 920,000 บาท 

โดยนายสามารถ ยืนยันว่า คดีของผู้เสียหายเข้าข่ายนโยบายรัฐปล้นเงินร้านค้า  เนื่องจากเป็นนโยบายสาธารณะของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินในโครงการก็ถูกแจกจ่ายให้กับประชาชน  ประชาชนก็นำไปจับจ่ายซื้อของในโครงการ และได้รับสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กลับผลักภาระให้ร้านค้าเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะข้อจำกัดของการข้ามเขตพื้นที่ เรื่องนี้แม้จะเกิดขึ้นในรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็ต้องถือเป็นความกล้าของรัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาแก้และจบปัญหาได้ด้วยการแก้ระเบียบและเงื่อนไขโดยกระทรวงการคลัง แต่หากยังดื้อดึง ปัญหาลักษณะเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปถึงโครงการเงินดิจิทัลของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน อีกในอนาคตอย่างแน่นอน 

แนะ ”เศรษฐา” แก้ปัญหา “เราชนะ”ก่อนเดินหน้า “เงินดิจิทัล”

“รัฐบาลเศรษฐาต้องกล้าหน่อย กระทรวงการคลังต้องทำหนังสือเสนอ รมต.เปลี่ยนเงื่อนไข เท่านี้ก็ไม่ถูกฟ้องร้องกันแล้ว วันนี้ต้องให้มีคนผูกคอตายหรือไม่ ผมบอกเลยว่ามีอีกเป็น 1,000 ร้านค้าที่คิดแบบนี้ เขาไปร้องที่สำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ทำไมต้องผลักภาระให้ไปร้องศาลปกครอง เสียตังค์ค่าทนาย สุดท้ายกลายเป็นการปล้นเงินร้านค้า เพราะร้านค้าต้องจ่ายคืน 100%  มันไม่ใช่ เขาจะไปสู้ชนะได้อย่างไร ในเมื่อระเบียบเขียนมาแบบนี้ แต่ผมกำลังถามว่าระบบกระบวนการยุติธรรมทั้งอาญา และแพ่ง ทำผิดแค่ไหนรับแค่นั้น ไม่มีหรอกที่จะมาเรียกเขาหมดแบบนี้”นายสามารถ กล่าว

นายสามารถ  กล่าวต่อว่า โครงการนี้กำลังทำร้ายประชาชน  รัฐบาลควรรับฟังเสียของประชาชนตั้งแต่ตอนที่ยังไม่เกิดการสูญเสีย ด้วยการสร้างความยุติธรรมให้กับผู้เสียหายในคดีโครงการเราชนะ เพราะที่ผ่านมากระทรวงการคลังทำงานค่อนข้างหยาบมาโดยตลอด ยอดเงินหมุนผ่านบัญชีเท่าไหร่ ก็มีการสั่งอายัดและเรียกคืนทั้งหมด ทำงานเหมือน ปปง.อายัดไว้ก่อน แล้วค่อยให้ผู้เสียหายมาชี้แจง แต่พอชี้แจงไม่ได้ก็ยึดทรัพย์ทั้งหมด และผลท้ายสุดคนเดือดร้อนคือ ประชาชน 

“พลอยชาคาเฟ่” คือ หนึ่งในผู้เสียหายจากโครงการเราชนะ ซึ่งมีมากกว่า 3 พันรายที่กำลังอยู่ระหว่างการฟ้องร้อง โดยได้เริ่มได้สมัครเข้าร่วมโครงการเราชนะ จากการเชิญชวนของเจ้าหน้าที่ธนาคาร โดยในรายละเอียดโครงการอนุญาตให้ร้านค้าสามารถขายสินค้าทางออน์ไลน์ได้ทั้งสิ้นค้าอุปโภคและบริโภคสามารถลงทะเบียนโทรศัพท์ได้มากถึง 5 เครื่องเพื่อแสกนการขายสินค้า 

แต่ระหว่างการขายสินค้าตามระยะเวลาโครงการ ร้าน “พลอยชาคาเฟ่” กลับถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดระเบียบเรื่องการข้ามเขต และถูกระงับการซื้อขายพร้อมกับถูกหนังสือเรียกคืนเงินจากการขายสินค้าทั้งหมด 100%  รวมเป็นเงิน 920,000 บาท ทั้งที่ร้านได้มีการขายและส่งสินค้าแก่ลูกค้าเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ร้านค้าได้รับความเดือดร้อนจนกระทั่งได้มีการฟ้องร้องโดยผู้ประกอบการต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่ง พร้อมแสดงหลักฐานแก่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านค้าที่ได้ผลกระทบได้ส่งดอกไม้มาให้นายสามารถ เพื่อเป็นกำลังใจให้ช่วยร้านค้าที่ได้รับผลกระทบต่อไปด้วย  

ข่าวล่าสุด