ขณะที่ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตชาวเมียนมา ครอบครัวจะเดินทางเข้ามาถึงวันนี้ 19.00 น. ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวรวมถึงตำรวจท่องเที่ยวจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งทางภาครัฐจะมีการมอบเงินเยียวยาให้ผู้เสียชีวิตเป็นเงินทั้งหมด 1,200,000 บาท และภาคเอกชน โดยบริษัทสยามภิวัฒน์และกิ๊ฟเฟอรีนจะมอบเงินให้กับผู้เสียชีวิต ทั้งหมดรายรายละ 6.2 ล้านบาท
ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย นั้น 1 ราย ยังอยู่โรงพยาบาลติดตามอาการอยู่ อีก 1 ราย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว และอีก 1 ราย ต้องติดตามอาการ ขณะที่ อีก 1 ราย เป็นคนจีนอีก อาการดีตามลำดับ และ อีก 1 ราย จากสปป.ลาว อาการดีขึ้นตามลำดับ โดยในส่วนผู้บาดเจ็บออกจากโรงพยาบาลแล้วภาครัฐ จะมีการเยียวยาเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท และภาคเอกชน โดยบริษัทสยามภิวัฒน์ จะมอบเงินให้คนละ 300,000 บาท รวม 350,000 บาท เพื่อเป็นการดูแลจากภาครัฐและเอกชน สำหรับผู้ที่เจ็บป่วยทั้ง 5 ราย และพร้อมจ่ายเงินเยียวยาได้ในทันที
ด้าน พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จะเรียกความเชื่อมั่น มี 3 มาตรการ คือระยะสั้นได้มีการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิด และมีการค้นว่ามีการซื้อปืนมาจากไหน ใครเป็นผู้ดัดแปลง ซึ่งไม่มีการละเว้น และมีการขยายผล 3 คนแล้ว ยืนยันจะขยายผลไปเรื่อย ๆ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มีการสั่งการว่าจะมีการกวาดล้างการซื้อขายปืนออนไลน์ที่เป็นสิ่งเทียม หรือสิ่งที่ดัดแปลงเป็นเป็นอาวุธปืนจริงได้
ทั้งนี้ ได้มีการให้ทางตำรวจท่องเที่ยวได้มีการไปชี้แจงทำความเข้าใจกับห้างสรรพสินค้าต้องมีการเข้มข้นในการตรวจสอบเพื่อให้เห็นว่ามีการรักษาความปลอดภัยที่มากขึ้นด้วย โดยจะต้องมีการร่วมมือกับ private ซีเคียวริตี้ ซึ่งเป็นผู้รักษาความปลอดภัยในห้างสรรพสินค้า และสถานที่ท่องเที่ยว
ขณะที่มาตรการระยะกลางที่จะต้องร่วมกับ private ซีเคียวริตี้ โดยตั้งแต่เหตุการณ์กราดยิงที่โคราช ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน ได้อบรมหลักสูตรวิธีการเอาตัวรอดจากการที่เกิดเหตุการณ์กราดยิง มี 2 กลุ่มคือตำรวจในพื้นที่และตำรวจท่องเที่ยวจะทำอย่างไรจะรักษาความปลอดภัยอย่างไร และกลุ่มประชาชนที่เกิดเหตุกราดยิง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่เป็นการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน
ส่วนมาตรการระยะยาว จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายในอนาคต ซึ่งกฎหมายบางฉบับโดยเฉพาะอาวุธปืนมีความล้าสมัยอยู่บ้าง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีการผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายครอบคลุมอาวุธปืนสิ่งเทียมหรือสิ่งใดที่จะสามารถดัดปืนเป็นอาวุธได้ นอกจากนี้จะมีการประสานงานกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสิ่งใดอุปกรณ์ใดที่สามารถซื้อขายได้ทั้งสองทางออนไลน์สามารถดัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้จะมีการกวาดล้างร่วมกับกระทรวงดีอีเอส ดังนั้นขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจว่าเราจะทำให้ดีขึ้นและมันต้องดีกว่าเดิม
ด้าน น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวระหว่างประเทศในจำนวนนี้นักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. มีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 347,000 คน และในวันที่ 5 ต.ค. มีนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศจีน กว่า 60,000 คน ซึ่งก็คาดหวังว่านักท่องเที่ยวจีนจะเป็นไปตามเป้า ส่วนการคาดการณ์มูลค่าทางเศรษฐกิจ และการหายไปของนักท่องเที่ยวนั้น ต้องติดตามผลไปก่อน เพราะเรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้น ต้องรอติดตาม 1-2 สัปดาห์ว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจะเป็นอย่างไร