ตัวอย่างของการเมืองไทยใน 4 ช่วงสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลผสม ที่ไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วม จนทำให้เกิดปัญหาเอกภาพของรัฐบาล
อีกนัยหนึ่งคือ นายกรัฐมนตรีไม่สามารถควบคุมการเมืองให้เดินต่อไปได้ และสุดท้ายแล้วจบลงด้วยการสิ้นสุดของรัฐบาลด้วยการประกาศยุบสภา ยกเว้นรัฐบาลจอมพลถนอมที่ใช้การรัฐประหารเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความแตกแยกของรัฐบาล
ว่าที่จริงแล้ว ตัวแบบรัฐบาล 4 ชุดชี้ให้เห็นถึงสภาวะของความเป็น "รัฐบาลผสมที่อ่อนแอ" เพราะพรรคแกนนำควบคุมทิศทางการเมืองไม่ได้ และมีจุดจบไม่แตกต่างกันคือ รัฐบาลสิ้นสภาพและต้องยุบสภา
ดังนั้น ถ้ารัฐบาลผสมจะอยู่รอดได้นาน ต่อเมื่อพรรคแกนนำมีความเข้มแข็ง และสามารถควบคุมความสัมพันธ์ในกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลได้ และจะดำรงอยู่ได้จนเกือบตามวาระของรัฐบาล เช่น รัฐบาลชวน 2 ในปี 2540 ที่แม้จะมีวิกฤตเศรษฐกิจ และปัญหาภายในพรรคร่วม แต่รัฐบาลยังควบคุมการเมืองได้ หรือรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ในปี 2562 ที่พลเอกประยุทธ์สามารถควบคุมการเมืองและปัญหาของพรรคร่วมที่เกิดไว้ได้โดยตลอด และไม่นำไปสู่ภาวะแตกหักของรัฐบาล แม้จะมีปัญหาภายในรัฐบาลอย่างมากก็ตาม
เราอาจเรียกภาวะนี้ว่าเป็น "รัฐบาลผสมที่เข้มแข็ง" โดยที่พรรคหลักสามารถนำพารัฐบาลผสมผ่านปัญหาต่างๆ ไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องยุบสภาก่อนหมดวาระตามปกติ ฉะนั้น การรักษารัฐบาลผสมไม่ให้แตกแยก จนชีวิตของรัฐบาลต้องจบลงก่อนเวลานั้น จึงถือเป็น "ความสามารถที่สำคัญ" ของนายกรัฐมนตรีและพรรคแกนนำ
ในการจัดตั้งรัฐบาลผสม 2566 ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงอำนาจการต่อรองในความเป็นพรรคหลักอย่างมาก หลายฝ่ายมีมุมมองไม่แตกต่างกัน และมีความรู้สึกที่คล้ายกันว่า พรรคเพื่อไทยชนะด้วยเสียงที่มากกว่าพรรคร่วมอื่นๆ แต่กลับมีท่าทีประนีประนอมแบบ "ศิโรราบ" อย่างไม่น่าเชื่อ จนเสมือนอำนาจต่อรองทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยลดต่ำลงอย่างชัดเจน
ภาวะเช่นนี้ทำให้เกิดความกังวลถึง อำนาจของพรรคแกนนำที่ลดลง ซึ่งถือเป็นสัญญาณถึงการเป็น "รัฐบาลผสมที่อ่อนแอ" อันเท่ากับเป็นการบ่งบอกว่า อนาคตของรัฐบาลผสมเช่นนี้จะต้องเผชิญกับความท้าทาย การต่อรอง และแรงกดดันที่มากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนกลายเป็นคำถามประจำวันว่า รัฐบาลผสมชุดนี้จะมีอายุยืนยาวเท่าใด
อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับในการเมืองไทยปัจจุบันว่า "พลเอกประยุทธ์" เป็นตัวอย่างของผู้นำที่สามารถควบคุมความเป็นรัฐบาลผสม ไปจนถึงจุดสุดท้ายด้วยการเลือกตั้งใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าเช่นนั้น “รัฐนาวาเศรษฐา” จะฝ่าคลื่นลมแรงได้เช่น "รัฐนาวาประยุทธ์" หรือไม่?