มอง "สุทิน" ว่าที่รมว.กลาโหม ผ่านสายตา "อ.สุรชาติ" ความมั่นคงจะเป็นอย่างไร?
29 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

มอง "สุทิน คลังแสง" ว่าที่รมว.กลาโหม ผ่านสายตา "อ.สุรชาติ บำรุงสุข" ปรากฏการณ์ใหม่ของกองทัพ ทิศทางด้านความมั่นคงของไทยจะเป็นอย่างไร
การเมือง
29 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

มอง "สุทิน คลังแสง" ว่าที่รมว.กลาโหม ผ่านสายตา "อ.สุรชาติ บำรุงสุข" ปรากฏการณ์ใหม่ของกองทัพ ทิศทางด้านความมั่นคงของไทยจะเป็นอย่างไร
29 สิงหาคม 2566 ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อ.รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ ในรายการ “ข่าวเข้มประเด็นข้น” ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 96.5 ในประเด็น มองภาพ นายสุทิน คลังแสง นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรางกลาโหม(รมว.กลาโหม) ดูแลความมั่นคง ว่า
ตำแหน่งรมว.กลาโหม ควรสวมหมวก 2 ใบ ตั้งแต่ยุค ม.ร.ว.เสนีย์ ปาโมช, นายชวน หลีกภัย, นายสมัคร สุนทรเวช, น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งทั้งหมดเป็นพลเรือนที่เป็น นายกรัฐมนตรีควบรมว.กลาโฆม ซึ่งโผรอบนี้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่เอานักการเมืองที่เป็นพลเรือนจริงๆ ไปนั่งคุมทหาร สมมติคิดในส่วนดี ในระบอบประชาธิปไตยทำได้ ตั้งรัฐมนตรีกลาโหม ไม่ต้องเป็นพลเอก
แต่ถ้าเทียบกับต่างประเทศ การที่พลเรือนจะขึ้นกับสายงานความมั่นคงหรือกลาโหม ต้องมีแบล็คกราวน์บางอย่างมาก่อน เมื่อขึ้นไปนั่งในตำแหน่งนี้ ต้องพอมีทิศทางในการอธิบายได้หรืออย่างน้อย มองภาพยุทธศาสตร์ทหารได้ สามารถตอบได้เลยว่าทิศทาง ทางทหารจะออกไปในลักษณะใด ไม่ได้ตอบจากตัวนโยบายหรือนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
ทั้งนี้ที่พูดไม่ได้ตนไม่ได้มีอะไรกับนายสุทิน ซึ่งทำหน้าที่ในสภาฯได้อย่างดี แต่ไม่ทราบว่า นายสุทิน จะคัดท้ายหางเสือไปทางไหน ตนพูดในทุกเวทีว่า มองงานกลาโหมด้านเดียวไม่ได้ เพราะเป็นโจทย์ความมั่นคงชุดใหญ่ ที่กองทัพโดยกลาโหมจะเข้าไปเกี่ยว มีทั้งงานภายใน งานความมั่นคงชายแดนใต้ ความมั่นคงด้านชายแดนเมียนมา และเรื่องใหญ่ที่สุด ปฏิรูปกองทัพ
เพราะวันนี้เสียงเรียกร้องมีมาก ซึ่งต้องโยงไปถึงตำแหน่งรองนายกฯ ที่ยังมองไม่ออกว่า ตกลงใครจะมาดูแลด้านความมั่นคง ทำให้มองไม่เห็นทิศทางว่า จะเป็นอย่างไร วันนี้ถ้ามองออกไปนอกบ้าน จะเห็นสงครามเย็นใหม่ของการต่อสู้ระหว่างรัฐมหาอำนาจ สงครามช่องแคบไต้หวันจะเกิดขึ้นหรือไม่ในปีนี้ แล้วถ้าเศรษฐกิจจีนฟุบ “สีจิ้นผิง”จะทำอย่างไรกับไต้หวัน ซึ่งสื่อต่างประเทศใช้คำว่า ล่นระยะเวลาการทำสงครามกับไต้หวัน เพราะต้องเอาไต้หวันมายันกับเศรษฐกิจฟองสบู่ในจีน
สงครามเมียนมาที่ประชิดชายแดนจังหวัดตาก การแข่งขันของมหาอำนาจใหญ่ในภูมิภาค โจทย์ใหญ่ปัญหาก็ใหญ่ รวมถึงต้องตั้งรองนายกฯที่ดูแลชายแดนภาคใต้ และยังต้องดูแลสำนักข่าวกรอง ความมั่นคงทั้งระบบ ซึ่งยังมองไม่เห็นทิศทางในขณะนี้และอีกประเด็นหนึ่ง รองนายกฯฝ่ายกฎหมายก็ไม่เห็น ทุกรัฐบาลต้องมีรองนายกฯฝ่ายกฎหมายประกบ
หากมองถึงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ต้องนั่งอยู่ท่ามกลางนายพล หรือการตัดสินใจในเรื่องกอ.รมน. ซึ่งมีงบประมาณมากกว่าสำนักนายกรัฐมนตรี จะทำมีควมยุ่งยากอย่างไรหรือไม่ต่อนายสุทิน หรือไม่ อ.สุรชาติ กล่าวว่า ไม่กล้าตอบว่าจะยุ่งยากหรือไม่ ถ้านายสุทิน เป็นรมว.กลาโหม ซึ่งจะต้องเป็นประธานสภากลาโหม ซึ่งเรื่องหนักที่สุดคือ การแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งโผใหญ่ผ่านไปแล้ว แต่โผกลางปีที่จะทำกันในช่วงเดือนเม.ย. รวมถึงปัญหาการบริหารกองทัพทั้งหมด ซึ่งจะมีการบริหารการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ การบริหารกำลังพล คือเรื่องต่างๆไม่ได้จบที่เหล่าทัพ เพราะหลายเรื่องเป็นนโยบายของกลาโหม
ในภาพใหญ่งานบริหารกองทัพนายสุทิน คงไม่คุ้น คำถามคือ ใครจะมาเป็นทีมช่วยเหลือ ทีมที่ปรึกษา ซึ่งคงหนีไม่พ้นต้องเอาทหารเข้ามาช่วย เพราะเราไม่มีระบบที่ทำให้เกิดความเชื่อมต่อระหว่างกองทัพกับภาคการเมือง ซึ่งพลเรือนไทยไม่เคยทำงานหรือถูกฝึกให้ทำงานในมิติด้านนี้ และถ้าว่าตามความเป็นจริงก็อาจจะไม่มีมิติทางด้านนี้ด้วย ซึ่งการทำงานจริงอาจจะต้องมีทีมที่ปรึกษา ซึ่งตนก็รอดูอยู่ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเราอาจจะไม่คุ้นกับพลเรือนที่มาคุมทหารและแสดงความเป็นห่วง แต่ในต่างประเทศมีพลเรือน รวมทั้งเป็นผู้หญิงด้วย ที่ดูแลกลาโหมได้
การที่นายสุทิน เคยเป็นแกนนำคนเสื้อแดงมหาสารคาม เรื่องนี้จะมีปฏิกิริยากับกองทัพที่จะให้ความร่วมมือหรือไม่ อ.สุรชาติ กล่าวว่า ถ้ามองผ่านกองทัพ คิดว่ากองทัพคงไม่อยากเข้าไปยุ่งกับการเมือง จากที่ผ่านมากองทัพมองการเมืองกลายเป็นภาระมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามองด้านการบริหารต้องเกิดความประนีประนอม ของทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าไม่เช่นนั้นไม่สามารถเดินต่อได้ ในมิติการบริหาร
ล่าสุด ผู้บัญชาการกองทัพเรือ โยนรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ กรณีจะเอาไหมเรือดำน้ำใส่เครื่องยนต์จีน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์เลยถ้ายอม ซึ่งเรื่องนี้นายสุทิน ต้องเตรียมรับ เพราะเป็นการกระทำผิดในทีโออา เพราะไม่มีข้อไหน ที่อนุมัติให้ครม.หรือกลาโหม เปลี่ยนทีโออา ถ้าครม.อนุมัติ ให้ทำได้ ก็จะเป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์อย่างง่ายๆ อยากได้อะไรก็ส่งให้ครม.บีบรัฐมนตรีดำเนินการ
ต้องติดตามดูว่า นายสุทินจะนำเรื่องนี้เข้าครม.หรือไม่ แต่ถ้าทำ นั่นคือผลงานโบว์ดำชิ้นแรกของนายสุทิน และพรรคเพื่อไทย “เราซื้ออาวุธ ไม่ได้ซื้อรถเก๋ง ถ้ามีปัญหาเอาไปเปลี่ยนหรือยกเครื่องใหม่ซึ่งอธิบายได้ แต่เรือดำน้ำหนึ่งลำคือ ชีวิตของลูกเรือไทย กองทัพเรือต้องมีสติมากกว่านี้ คืนก็คืน หรือมีอะไรลึกลับใต้โต๊ะ ซึ่งถ้ามีคิดว่าเรื่องนี้ไม่จบแน่ “ไม่ใช่เรือดำน้ำจะกลายเป็นเรือใต้โต๊ะ”
เรื่องการวางยา ตนเรียนตามตรงว่า ตนเรียนปริญญาเอกวิชาการทหาร ซึ่งที่อเมริกาจะเป็นที่เรียนเพื่อผลิตคนป้อนกระทรวงกลาโหมของอเมริกัน สิ่งที่ถูกสอนตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนคือ เมื่อเข้ากลาโหมแล้วอย่าถูกหลอก ๆด้วยตัวเลข หรือหลอกด้วยตัวกระดาษที่เราอ่านไม่ออก นี่คือสิ่งที่ถูกสอนมาตั้งแต่วันแรกของการเรียน เดินเข้าไปแรกๆจะไม่รู้เรื่องเลย และถ้าไม่รู้เรื่องจะถูกหลอกไปเรื่อยๆ