เนชั่นทีวี

การเมือง

เสียแต้ม 4 กลุ่มใหญ่-"เพื่อไทย"ตั้งรัฐบาลขาดทุน 

15 ส.ค. 2566 | chairat_pat

เสียแต้ม 4 กลุ่มใหญ่-"เพื่อไทย"ตั้งรัฐบาลขาดทุน 

โจทย์ยากในการจับขั้วตั้งรัฐบาลของเพื่อไทย ทำให้แกนนำพรรคต้องออกมา "พลิกวาทกรรม" เพื่อให้สถานการณ์ทั้งหมดดูดีขึ้น คล้ายๆ กับเข้าทางพรรคเพื่อไทย แต่ในความเป็นจริงแล้ว คอการเมืองรู้กันดีว่า เป็นจริงหรือไม่ 

หากมองตามรูปการณ์การจัดตั้งรัฐบาลของเพื่อไทยเวลานี้

1.ตั้งรัฐบาลสลายขั้ว - แท้ที่จริงแล้วคือ "ตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว" สวนทางกับเจตจำนงประชาชนที่เลือกพรรคอันดับ 1 กับ 2 เข้ามา คือ ก้าวไกล + เพื่อไทย ซึ่งประชากรโหวตให้รวมกันกว่า 24-25 ล้านเสียง หรือ คิดเป็น สส. 292 เสียง จาก 500 เสียง 

2.อ้างความจำเป็นทางการเมือง - แต่แท้จริงแล้วคือจับมือกับพรรคลุง ถึงนาทีนี้ อาจจะทั้ง 2 พรรค ทั้งพรรคลุงตู่ พรรคลุงป้อม ทั้งๆ ที่ก่อนเลือกตั้งประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรค 2 ลุง ซึ่งใกล้ๆ เลือกตั้งไม่ได้พูดแค่ตัวบุคคล ไม่ได้พูดแค่ตัวลุง แต่หมายถึงพรรคลุง ไม่ว่าจะมีลุงหรือไม่ 

3.ย้อนกลับไปสูตร 312 ไม่ได้แล้ว คือ 8 พรรคร่วมฯเดิม หมายถึงพรรคเพื่อไทยเดินหน้า และมั่นใจว่าจะตั้งรัฐบาลของตัวเองได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง มีคนอีกจำนวนไม่น้อยเหมือนกันที่อยากรอ 10 เดือน ให้ สว.หมดอำนาจเลือกนายกฯไปก่อน หรือแม้แต่เร่งแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ไปก่อน เพื่อปิดสวิตช์ สว. 

ซึ่งจะว่าไป แนวทางดึงพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วม เป็นพรรคที่ 9 ก้าวไกลอาจจะยอมก็ได้ เพราะเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว หากมีการทำความเข้าใจกันดีๆ เพื่อปิดสวิตช์ สว. ไม่เอาพรรคลุง แต่เพื่อไทยกลับเลือกพรรคลุง พรรคน้า แล้วปิดสวิตช์ก้าวไกลแทน 

4.อ้างโหวตนายกฯแบบเช็คเปล่า ไม่มีการต่อรองเก้าอี้ก่อนได้นายกฯ - ในความเป็นจริงทางการเมือง "เป็นไปไม่ได้เลย" 

โดยผลของการตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ไม่ว่าคำพูดที่ใช้จะสวยหรูเพียงใดก็ตาม แต่สุดท้ายทุกคนก็รู้ว่า คือ การกลืนน้ำลาย หักหลังกับเจตจำนงของประชาชนที่เลือกตนมา ทำให้พรรคเพื่อไทยมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียมวลชนผู้สนับสนุนตนไปมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 

 

1.กลุ่มที่เสียแน่ๆ แบบถาวร - คนรุ่นใหม่ที่เป็นฐานเสียงของก้าวไกล จะไม่มีทางหันมาเลือกพรรคเพื่อไทยในระยะเวลาอันใกล้นี้ เช่น ในการเลือกตั้งครั้งหน้า - แปลว่าโอกาสในการทำลายฐานเสียงของก้าวไกล = 0

2.กลุ่มฐานเสียงของตัวเองที่ต้องเสียไป - กลุ่มแดงอุดมการณ์ กับกลุ่มที่เลือกเพื่อไทยเพราะเข้าใจว่าเป็นพรรคเสรีนิยม ไม่จับมือกับลุง และมั่นใจว่าจะไม่ไปสังฆกรรมกับประชาธิปัตย์ หรือ พรรคกปปส. อย่างรวมไทยสร้างชาติ - การเสียฐานเสียงส่วนนี้ ทำให้พรรคขาดทุน 

3.กลุ่มฐานเสียงรากหญ้า รากแก้ว เช่น แดงรากหญ้า - กลุ่มนี้แยกย่อยเป็น 2 พวก 

พวกแรก - แดงรากหญ้าที่อาศัยการพัฒนาทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขยับฐานตัวเองขึ้นมาจากรากหญ้าท้องถิ่น สู่คนชั้นกลางในชนบท หรือในต่างจังหวัด - กลุ่มนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศในระยะต่อไป ซึ่งเพื่อไทยทำไม่ได้ 

พวกที่สอง - แดงรากหญ้าแท้จริง ซึ่งเป็นฐานเสียงดั้งเดิม ชื่นชอบพรรคเพื่อไทยจาก "ทักษิณ ชินวัตร" และนโยบายประชานิยม - กลุ่มนี้จะสูญเสียไปบางส่วน เพราะจุดยืนของพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนไปผสมพันธุ์ หรือจับมือกับกลุ่มอำนาจนิยมที่สร้างความเดือดร้อน หรือเคียดแค้นให้แดงกลุ่มนี้ เช่น พรรคทหาร (พรรคลุง) พรรคตัวแทน กปปส. เช่น รวมไทยสร้างชาติ ซึ่งแดงรากหญ้ามองว่าเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดการรัฐประหารปี 57 รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยสลายม็อบเสื้อแดงปี 53 

4.ฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่เพื่อไทยคาดว่าจะดึงคะแนนมาได้ - กลุ่มนี้แค่หลอกใช้เพื่อไทย สกัดก้าวไกล และกำลังรอ "ผู้นำอนุรักษ์นิยมตัวจริง" ซึ่งยังไม่ปรากฏในสนามการเมือง หากวันใดวันหนึ่งข้างหน้า มีผู้นำอนุรักษ์นิยมตัวจริงขึ้นมา พรรคเพื่อไทยก็จะถูกทิ้งจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม 

สรุปก็คือ การตัดสินของเพื่อไทยที่หวังว่าจะ "ไปให้ไกล" คือ ไปได้ไกลกว่าก้าวไกล สุดท้ายอาจกลายเป็นเงื่อนไขถูกไล่ให้ "ไปให้พ้น" ก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด