ส่วนกรณีการหุ้นสื่อไอทีวี ที่คณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเสนอให้ยกคำร้องนั้น ยังคงยืนยันคำเดิมว่า มีกระบวนการที่จะฟื้นคืนชีพบริษัทไอทีวี ที่ปิดไปเป็นเวลานาน ซึ่งตนก็อยากจะทวงคืนความยุติธรรมโดยเร็ว เพราะอยากจะกลับไปตั้งใจทำงานและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ซึ่งส่วนนี้เมื่อวาน (14ส.ค.) มีออกมา 2 อัน คือ ยกคำร้อง กกต. ชุดคดีอาญา ก็เข้าใจว่าอีกฝั่งที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญก็มีโอกาสได้เห็นสำนวน เพราะ กกต. มีมติขอดูสำนวนของชุดนี้ด้วยเช่นเดียวกัน จึงเป็นคำถามต่อมาว่า ที่บอกว่ามีมูลส่งศาลรัฐธรรมนูญใช้ข้อมูลตรงไหน และก็มีอีกอันที่เปิดงบไตรมาสที่ 2/2566 ของไอทีวี ว่ายุติกิจการ และไม่มีรายได้เป็นสื่อ ไม่มีสัมปทาน ซึ่งตรงนี่หากประวิงเวลาออกไป ตนก็จะเสียโอกาส ประชาชนก็จะเสียโอกาสที่จะให้ตนทำงาน
"นี่จึงเป็นชุดคำถามว่า การทำอะไรเร่งรีบมีวาระซ่อนเร้นใช่หรือไม่ อย่างไรส่วนตัวผมก็อยากจะได้ความยุติธรรมคืนมาให้เร็วที่สุด เพราะอยากจะรีบทำงานแล้ว" นายพิธา กล่าว