ฉากทัศน์การเมือง หลัง“เพื่อไทย”นำตั้งรัฐบาล
29 ก.ค. 2566 | thanita_boo

"พนัส ทัศนียานนท์"ฉายฉากทัศน์การเมืองไทย ชี้ "เพื่อไทย"จะตั้งรัฐบาลสำเร็จต้องไม่มี "ก้าวไกล" จับตาอนาคต “ก้าวไกล”หนังม้วนเดิม “อนาคตใหม่”
การเมือง
29 ก.ค. 2566 | thanita_boo

"พนัส ทัศนียานนท์"ฉายฉากทัศน์การเมืองไทย ชี้ "เพื่อไทย"จะตั้งรัฐบาลสำเร็จต้องไม่มี "ก้าวไกล" จับตาอนาคต “ก้าวไกล”หนังม้วนเดิม “อนาคตใหม่”
29 กรกฎาคม 2566 นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้สัมภาษณ์กับ"เนชั่นทีวี" ถึงทิศทางการเมืองต่อจากนี้ ว่า ขึ้นอยู่กับว่าในการเสนอชื่อนายกฯครั้งต่อไปในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ จะเสนอกันอย่างไร โดยเฉพาะกลุ่ม 8 พรรค เมื่อก้าวไกลส่งไม้ต่อให้เพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และเสนอชื่อแคนดิเดตฯ ใต้เงื่อนไขที่ถูกกำหนดมาว่าหากยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ร่วมด้วยก็จะไม่มีใครโหวตให้
ดังนั้นถ้าเพื่อไทยเสนอชื่อโดยยังจับมือกัน 8 พรรค โอกาสที่จะได้คงไม่มี ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาพรรคอื่นที่มีสิทธิเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ อย่างทางฝั่งพรรครัฐบาลเดิม (188 เสียง) ซึ่งในครั้งถัดไปอาจมีการเสนอชื่อแข่ง เช่น ภูมิใจไทย มีแคนดิเดตเป็นนายอนุทิน พรรคพลังประชารัฐมี พล.อ.ประวิตร ซึ่งต้องมาดูกันว่าตอนที่ลงมติใครจะได้คะแนนเสียงมากกว่ากัน โอกาสที่จะได้เสียงมากกว่า 376 เสียงก็มี คือเสียงสส. 188 เสียง และอาศัยเสียงสว. อีกเพียง 188 เสียง เกิดเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซีนาริโอนี้อาจเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อไทย ต้องการจะเป็นรัฐบาลหรือไม่ ถ้าเพื่อไทยต้องการจะเป็นรัฐบาล คงหนีไม่พ้นที่จะต้องทำตามเงื่อนไขว่าต้องไม่มีก้าวไกล
ทั้งนี้หากก้าวไกลออกไป ก็ต้องดูว่าเพื่อไทยจะเป็นรัฐบาลกับพรรคใด ซึ่งเดาได้ไม่ยาก เพื่อให้ได้เสียงมากกว่า 250 เสียงขึ้นไป หรือเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เพื่อไทยติดเงื่อนไขเคยลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่จับมือกับพรรคที่มี 3 ป.ร่วมด้วย ดังนั้นเพื่อไทยต้องหาวิธีจัดการ หาเหตุผลอธิบายให้ได้ถึงในความจำเป็น ซึ่งเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร