"ประภาศรี" เครียด "เรืองไกร" ร้องสอบทรัพย์สินฯ
27 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"ประภาศรี" เครียด "เรืองไกร" ร้องสอบทรัพย์สินฯ ลั่นทำเสียชื่อเสียง ระบุ อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เพื่อจะได้ไปทำกับคนอื่นอีก
การเมือง
27 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"ประภาศรี" เครียด "เรืองไกร" ร้องสอบทรัพย์สินฯ ลั่นทำเสียชื่อเสียง ระบุ อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เพื่อจะได้ไปทำกับคนอื่นอีก
27 กรกฎาคม 2566 นางประภาศรี สุฉันทบุตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 1 ใน 13 คน ที่ลงมติสนับสนุนให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไปยื่นเรื่องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการแสดงบัญชีทรัพย์สินว่า
พอเราโหวตไม่ตรงกับคนส่วนใหญ่ ก็ถูกแกล้ง เพราะที่มีการส่งเรื่องไป ป.ป.ช.ก็มีแต่กลุ่มพวกที่ลงมติแบบเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกไม่เป็นธรรมอย่างมาก ทำไมเลือกส่งเรื่องเฉพาะ สว. 6 คนตามที่เป็นข่าว และคิดว่า ทำไมมีการปล่อยโอกาสให้คนที่ไปร้องเรียนมากไป คือทำไมมีแต่พวกหน้าเดิมๆ ไปร้องเรียนแบบนี้ และร้องได้เรื่อยๆ ประชาชนก็เริ่มเบื่อคนที่ร้องเรียนแบบนี้ ซึ่งก็คิดว่าหากร้องเรียนไปแล้วต่อมาพบว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ควรฟ้องกลับได้บ้าง และควรมีระเบียบว่าการร้องเรียนคนที่ร้องเรียน ร้องให้ตรวจสอบได้กี่คน ร้องได้กี่ครั้ง ไม่ใช่ให้ร้องไปได้เรื่อยๆ ตามที่เขาต้องการ
“ประเด็นที่เขาร้องไปทั้ง 3 จุด มั่นใจว่าชี้แจงได้หมด เพราะเป็นคนที่ทำอะไรถูกต้อง ตอนยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน ต่อ ป.ป.ช.มีการให้นักกฎหมาย นักบัญชีมาพิจารณาให้ก่อนจะส่งให้ ป.ป.ช. และคิดว่า ป.ป.ช.ก็คงจะลงโทษคนที่ต้องการมาโกง คนทุจริต แต่หากคนไหนขาดส่งเอกสารเล็กน้อย คิดว่า ป.ป.ช.ไม่น่าเอามาเป็นประเด็น คนที่ไม่ได้มีเจตนาจะโกง ไม่น่าจะโดน ซึ่งคนที่ไปร้อง ก็ทำให้เราเสียชื่อเสียง
แต่เราก็ไม่อยากไปมีปัญหากับเขา แต่การที่โดนแบบนี้ ก็ทำให้เราเครียดเหมือนกัน ถึงแม้เราไม่ผิด แต่เราก็เสียชื่อเสียง แล้วแบบนี้เขาจะชดเชยอะไรให้เราได้ อย่างเลขานุการส่วนตัวของเราที่ดูแลเรื่องเอกสารที่ส่ง ป.ป.ช.เราก็ถามเขาว่า ส่งเอกสารไปหรือยัง พอเจอแบบนี้เขาถึงกับเครียด ต้องเข้าโรงพยาบาลเลย ก็อยากถามว่าคนที่ไปร้องจะมารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้หรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าสามารถชี้แจงได้ถูกต้อง มั่นใจเราไม่ผิด ตอนนี้ก็กำลังดูอยู่ว่าจะทำยังไง เพราะเขาทำให้เราเสียชื่อเสียง เพราะไม่อย่างนั้นก็จะไปทำกับอีกหลายคน” นางประภาศรี กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ส่งหนังสือไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ทางไปรษณีย์ EMS ให้ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกวุฒิสภาที่ยื่นไว้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 พบ 6 ราย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า เป็นสว.ที่โหวตสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ ว่า เข้าข่ายตามความใน พ.ร.ป. ป.ป.ช. 2561 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง หรือไม่ และมีการนำรายได้ที่แจ้งหรือไม่ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช. ไปชำระภาษีให้แก่กรมสรรพากรโดยถูกต้องหรือไม่ โดยทั้ง 6 รายมีข้อเท็จจริงที่ขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ ดังนี้
นางประภาศรี สุฉันทบุตร ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งแจ้งว่ามีรายได้ประจำเป็นเงินเดือนจาก บจก.โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล 3,600,000 บาทต่อปี รายได้ค่าเช่าที่ดิน ต.สำราญ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร 480,000 บาทต่อปี และรายได้จากเงินปันผลจากกิจการ 8,422,579 บาทต่อปี รวมรายได้ 12,502,579 บาทต่อปี แต่ทำไมกลับไม่มีการแจ้งรายได้จากตำแหน่ง ส.ว. ไว้ และในส่วนของรายจ่าย แจ้งค่าใช้จ่ายทางภาษี 678,500 บาท
กรณีดังกล่าวจึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่าแจ้งค่าใช้จ่ายทางภาษี 678,500 บาท สอดคล้องกับรายได้หรือไม่ เพราะรายการเงินปันผลจากกิจการ ถ้าถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 10 ตามประมวลรัษฎากร น่าจะเท่ากับ 842,257.90 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายทางภาษีที่แจ้งไว้จะครบถ้วนหรือไม่
นอกจากนี้ ในรายการสิทธิและสัมปทานซึ่งมีแจ้งไว้ 2 รายการ คือ สิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุของตนเอง รวม 63,580,000 บาท และสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุของคู่สมรส รวม 30,505,000 บาท ซึ่งสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุของตนเอง ในหน้าบัญชีรวมกลับแจ้งไว้รวม 67,321,600 บาท เกิดผลต่าง 3,741,600 บาท
กรณีดังกล่าวจึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่าการแจ้งรายการสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หรือมีการปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบหรือไม่
นายไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งในส่วนของคู่สมรสแจ้งว่ามีรายได้ค่าเช่าอาคาร 300,000 บาทต่อปี โดยในบัญชีโรงเรือนมีรายการเดียวที่แจ้งเป็นของคู่สมรสคือคอนโดมิเนียม ขนาด 50 ตารางเมตร มูลค่า 3,000,000 บาท
กรณีดังกล่าวจึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่ารายได้ค่าเช่าอาคาร 300,000 บาทต่อปี มาจากคอนโดมิเนียม ขนาด 50 ตารางเมตรหรือไม่ และรายได้ค่าเช่าอาคารดังกล่าวมีการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่
นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งในส่วนของตนเองมีรายได้ค่าเช่าช่วงต่อ 240,000 บาทต่อปี และส่วนของคู่สมรสแจ้งว่ามีรายได้จากการเปิดคลินิก 500,000 บาทต่อปี โดยไม่มีการแสดงรายจ่ายค่าเช่าไว้แต่อย่างใด และของคู่สมรสไม่พบการแจ้งรายการอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบคลินิกไว้ในรายการทรัพย์สินอื่น
กรณีดังกล่าวจึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่เช่าคืออะไร รายจ่ายค่าเช่าควรมีหรือไม่ และสถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบคลินิกควรมีหรือไม่ และรายได้ค่าเช่าช่วงต่อกับรายได้จากการเปิดคลินิกดังกล่าวมีการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือไม่
พล.ต.ท.จิตติ หรือ พล.ต.ท.ณัฏฐวัฒก์ รอดบางยาง ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งในส่วนของตนเองแจ้งว่ามีรายได้เงินประจำตำแหน่ง 854,760 บาทต่อปี เงินเพิ่ม 507,960 บาทต่อปี บวกแล้วได้ 1,362,720 บาท แต่แจ้งรายได้รวม 1,425,600 บาทต่อปี จึงมีผลต่างในส่วนรายได้ที่แตกต่างกัน 62,880 บาทต่อปี และในส่วนของคู่สมรสแจ้งว่ามีรายได้เงินประจำตำแหน่ง 450,000 บาทต่อปี แต่แจ้งรายได้รวม 2,250,000 บาทต่อปี จึงมีผลต่างในส่วนรายได้ 1,600,000 บาท
กรณีดังกล่าวจึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่าผลต่างของรายได้ 62,880 บาท และ 1,600,000 บาทคืออะไร นอกจากนี้ ขอให้ตรวจสอบรายการหนี้สินอื่นของคู่สมรสที่แจ้งไว้ 2 รายการ รวม 35,000,000 บาท มีดอกเบี้ยจ่ายหรือไม่ และมีการแจ้งรายจ่ายค่าดอกเบี้ยหรือไม่
นายพิศาล มาณวพัฒน์ ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งแจ้งว่ามีรายได้ ส.ว. 1,362,720 บาทต่อปี และรายได้บำนาญ 612,867.60 บาทต่อปี โดยไม่ได้แจ้งรายจ่ายไว้แต่อย่างใด
กรณีดังกล่าวจึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่ามีรายจ่ายใดที่ควรแจ้งให้ ป.ป.ช. ทราบหรือไม่ หากไม่มีรายจ่ายเลย มีใครออกค่าใช้จ่ายในแต่ละปีให้หรือไม่ จำนวนเท่าใด (ทั้งนี้ พิศาล มาณวพัฒน์ แจ้งว่าไม่มีคู่สมรส)
นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งแจ้งว่ามีรายได้ ส.ว. 1,495,641.72 บาทต่อปี และรายได้บำนาญ 578,193.60 บาทต่อปี โดยแจ้งว่ามีคู่สมรส แต่กลับไม่แจ้งรายได้และรายจ่ายของคู่สมรสไว้เลย
กรณีดังกล่าวจึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่าคู่สมรสมีรายได้และรายจ่ายใดที่ควรแจ้งให้ ป.ป.ช. ทราบหรือไม่