"กมธ.สธ." จี้ขยายผลขบวนการ "พ่อทิพย์" พบช่องโหว่เพียบ
24 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

"กมธ.สธ." จี้ขยายผลขบวนการ "พ่อทิพย์" หลังพบช่องโหว่ไม่มีการตรวจ DNA ก่อนแจ้งเกิด เชื่อมีอีกนับพันเคสทั่วประเทศ – เตรียมประสาน กต.ตรวจพาสปอร์ตเด็กย้อนหลัง
ข่าว
24 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

"กมธ.สธ." จี้ขยายผลขบวนการ "พ่อทิพย์" หลังพบช่องโหว่ไม่มีการตรวจ DNA ก่อนแจ้งเกิด เชื่อมีอีกนับพันเคสทั่วประเทศ – เตรียมประสาน กต.ตรวจพาสปอร์ตเด็กย้อนหลัง
นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาปัญหาสถานพยาบาลเอกชนรับรองการเกิดของเด็กต่างชาติ โดยมิชอบ หรือปัญหาพ่อทิพย์ โดยได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลคดีดังกล่าว กรมการปกครอง, ผู้อำนวยการสำนักทะเบียน, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น เพื่อชี้แจงการจับกุมพ่อทิพย์ 2 รอบ และพบว่า มี 8 โรงพยาบาลเอกชนที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่า อาจยังมีโรงพยาบาลของรัฐที่เกี่ยวข้องด้วยแต่กระบวนการยังสาวไปไม่ถึง
นายสกลธี ระบุว่า กรรมาธิการฯ ไม่ต้องการให้การดำเนินการไปถึงเพียงผู้ที่กระทำผิดเท่านั้น แต่อยากให้สาวถึงขบวนการ เหมือนกรณีของกัญชา ที่กรรมาธิการฯ ได้ดำเนินการไป เพื่อให้ทราบว่า เบื้องหลังเป็นขบวนการข้ามชาติ หรือเป็นองค์กรที่เป็นระดับใหญ่กว่านั้นหรือไม่ เพราะจากที่ประชุม ได้รับคำชี้แจงว่า มีความร่วมมือในระดับหนึ่ง ทั้งตำรวจ และ กทม.ซึ่งการขยายผลในวันนี้ (23 ก.ค.) มีตัวเลขเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีการพิสูจน์แล้ว พบว่า เป็นพ่อทิพย์ทั้งหมด 32 ราย โดยดูจากฐานทะเบียนราษฎร์ที่มีความน่าสงสัย และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงอีก 45 ราย และสงสัยอยู่ในกลุ่มต้องสงสัย 556 ราย ซึ่งกรมการปกครองได้ชี้แจงว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งให้มีการตรวจสอบย้อนหลัง 15 ปี รวมถึงพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย โดยกรรมาธิการฯ ได้ขอข้อมูล และหนังสือประกอบ เมื่อกรรมาธิการฯ ได้ข้อมูลแล้ว จะประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพราะตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศที่เข้ามาร่วมประชุมกับกรรมาธิการวันนี้ (23 ก.ค.) ไม่ทราบข้อมูลเหล่านี้ โดยจะขอให้ตรวจสอบพาสปอร์ตของกลุ่มเด็กเหล่านี้ด้วยว่า กระทำการ และเจตนาที่กระทำการแบบนี้ เป็นเรื่องการค้ามนุษย์ หรือแค่อยากได้สัญชาติไทย เพื่อใช้สิทธิ์สวัสดิการเหมือนคนไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทราบเฉพาะข้อมูลที่ทำคดีเท่านั้น และในภาพรวม ยังไม่ได้มีการขยายผลไปถึงเบื้องหลัง หรือกรณีอื่น ๆ
นายสกลธี ยังเห็นว่า กระบวนการในการสอบสวนยังมีความล่าช้า ไม่ได้ขยายไปถึงต้นตอ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ อยากให้มีการขยายผล ลงไปถึงกลุ่มคน เพราะภาคประชาชน ที่มาชี้แจงให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้ยังมีการโฆษณาพร้อม QR Code ซึ่งเป็นแพ็กเกจตั้งแต่คลอดถึงการแจ้งเกิด โดยได้นำข้อมูลเหล่านี้มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการแล้ว และกรรมาธิการฯ จะเป็นตัวกลางในการประสานข้อมูล เพราะหน่วยงานยังต่างคนต่างทำ ยังไม่มีการร่วมกัน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้อยู่ในหน่วยงานที่จะไปตรวจสอบกลุ่มเด็กเหล่านี้ย้อนหลัง 15 ปี ว่า เกิดมาแล้วได้พาสปอร์ตไปอยู่ประเทศอื่น หรือยังอยู่ในเมืองไทย มีรายชื่อไปจดทะเบียนถือครองทรัพย์สินบ้างหรือไม่ ทางกรรมาธิการฯ จึงจะเป็นตัวกลางในการขอข้อมูลต่าง ๆ
ส่วนรูรั่วของปัญหานี้มาจากจุดใดนั้น นายสกลธี กล่าวว่า กรรมาธิการฯ ได้รับคำชี้แจงว่า รอยรั่วมาจากโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ในการจดทะเบียนรับรองบุตร เพราะขั้นตอนในการดำเนินการ เพียงแค่โรงพยาบาลทำคลอดแล้ว ส่งไปยังสำนักงานเขต หากสำนักงานเขต เห็นว่า ไม่มีปัญหาน่าสงสัยก็รับรองได้ ซึ่งที่ผ่านมา 10 ปี ไม่ได้มีการตรวจรายละเอียด ซึ่งเชื่อว่า หากกลับไปตรวจก็น่าจะพบหลายกรณีที่เป็นแบบนี้
สำหรับการอุดช่องโหว่นั้น นายสกลธี กล่าวว่า ปัจจุบัน ไม่ได้มีการบังคับให้ตรวจ DNA พ่อ-แม่เด็ก เพียงแต่มีระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ที่ให้กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ใช้ดุลพินิจในกรณีที่ต้องสงสัย แต่สามารถร้องขอให้พ่อแม่ตรวจ DNA ได้ แต่ในกรณีนี้ก็มีหลายสาเหตุ เพราะไม่ได้มีเพียงกรณีพ่อจีน-แม่ทิพย์เท่านั้น แต่ยังมีแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทย และคลอดบุตรบุตรอีก ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจ DNA ราคาถูกที่สุด 3,500 บาท ถ้าครบวงจรประมาณ 10,000 บาท ซึ่งจะเป็นภาระผู้ที่ตรวจต้องจ่ายเอง โดยกรรมาธิการฯ จะนำเรื่องนี้ไปคุยถึงกฎหมายของสาธารณสุขต่อไป
นายสกลธี ยังระบุว่า กรรรมาธิการฯ เตรียมประสานการทำงานร่วมกับกรรมาธิการอื่น โดยเฉพาะกรรมาธิการการป้องกันและปราบการฟอกเงินฯ เพื่อตรวจสอบเส้นเงินว่า เงินที่มาถึงเจ้าหน้าที่แต่ละคน มีแนวโน้มที่จะทุจริตไปที่ไหนบ้าง เพื่อให้ขยายผลไปถึงขบวนการใหญ่ เพื่อขุดรากถอนโคนถึงทุนเทาที่มาอาศัย และใช้สัญชาติไทยไปใช้สิทธิ์ หรือถือครองทรัพย์สินแทนขบวนการใดหรือไม่ เพราะต้นตอการจับกุม มาจากการจับแก๊งสแกมเมอร์