ย้อนไปดูมติ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่แถลงกันเมื่อช่วงเย็นวันนี้
- เสนอชื่อแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยให้รัฐสภาโหวตเป็นนายกฯ
- ประเด็นมาตรา 112 จะไปรับฟังข้อเสนอจากวุฒิสภาก่อนกลับมาพูดคุยกับ 8 พรรค
- หาเสียง สว. เติมให้ได้ 375 เสียง คือ เติม 63 เสียง
- ให้สิทธิ์พรรคเพื่อไทยหาพรรคการเมืองมาร่วมโหวตเพิ่มเติม (เสียง สส.)
หาพินิจพิเคราะห์ในมติข้อ 2 จะเห็นได้ว่าเพื่อไทยยังไม่เร่งร้อนหักกับก้าวไกลเวลานี้ เพราะยังมีไทม์ไลน์ยาวจนถึงวันที่ 23 ก.ค. ซึ่งเป็นวันโหวตนายกฯ รอบ 3
เพื่อไทยจึงซื้อเวลาด้วยการอ้างว่าจะไปคุยกับ "ส.ว.ตัวตึง" ก่อน แล้วจะกลับมาปรึกษากับวงประชุม 8 พรรคอีกที ว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่าคำตอบจากวุฒิสภาคืออะไร ฉะนั้นงานนี้จึงไม่ใช่การไปคุยจริงๆ แต่เป็นการ "ซื้อเวลา"
แต่คำถาม คือ ซื้อเวลาไปเพื่ออะไร...ซื้อเวลาไปเพื่อทำให้ก้าวไกลตายใจว่า การโหวตนายกฯรอบ 3 จะเป็นนายกฯ ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล
ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ แยกกระบวนการเลือกนายกฯ ออกจากการตั้งรัฐบาลอย่างค่อนข้างเด็ดขาด เหมือนเป็นคนละขั้นตอนกัน เพราะการเลือกนายกฯ โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีแรกตามบทเฉพาะกาล มาตรา 272 เป็นการเลือก "แบบพิเศษ" โดยมี สว. มาช่วยโหวต ดังนั้น กระบวนการจึงตัดตอนจากการตั้งรัฐบาลเกือบจะเด็ดขาด แม้จะมีการจับมือจัดตั้งรัฐบาลกันมาล่วงหน้าก็ตาม
ช่องว่างนี้เองที่ทำให้เพื่อไทยดึงเวลาเอาไว้ เพื่อให้ก้าวไกลโหวตให้เพื่อไทยในนาม 8 พรรค
แต่มติข้อ 4 คือ ให้สิทธิ์พรรคเพื่อไทยหาพรรคการเมืองอื่นมาร่วมโหวตเพิ่ม ซึ่งก็คือฝั่ง 188 สส. ถ้าหากฟังจากคำแถลง คือ ไปชวนมาโหวตเพิ่ม แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะตั้งรัฐบาลด้วยกัน
"หมอชลน่าน" บอกว่า ถ้ามีจริง ก็จะกลายเป็นมิติใหม่การเมืองไทย แต่ "ข้อมูลวงใน" ยืนยันว่าเพื่อไทยดีลไว้หมดแล้ว
สองพรรคแรกที่จะถูกดึงเข้า คือ "พรรค 2 ชาติ" นั่นก็คือ "ชาติพัฒนากล้า" กับ "ชาติไทยพัฒนา" แต่ชาติไทยพัฒนาเสียงแข็ง ไม่ร่วมรัฐบาลที่มีก้าวไกลอยู่ด้วย สมการนี้จึงอาจเปลี่ยนเป็นประชาธิปัตย์ ซึ่งต่อรองง่าย เพราะยังไม่มีหัว อย่างน้อยก็ได้ ส.ส.ส่วนใหญ่มา เช่น 16 จาก 25 เสียง
หากสองพรรคนี้ (พรรค 2 ชาติ หรือ 1 ชาติ 1 ปชป.) ช่วยโหวต จะได้เสียงเพิ่มมาอีก 12-18 เสียง บวกกับ สว. ที่ได้มาจากการโหวตครั้งแรก 13 เสียง รวมเป็น 25-31 เสียง ยังขาดอีก 34-40 เสียง ทำให้ต้องการเสียงเติม อีก 65 เสียง จึงจะครบ 375 เสียง โดยหัก "วันนอร์" และ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ซึ่งถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ ออกไป
โดยจำนวน 34-40 เสียง สว. สำหรับเพื่อไทย มีความเป็นไปได้ และเป็นไปไม่ได้ อยู่ในสัดส่วน 50 ต่อ 50 ฉะนั้น เมื่อเดินมาถึงตรงนี้ จะเหมือนเป็น "ทางสองแพร่ง"
1.เสนอชื่อ "ชัยเกษม นิติสิริ" เป็นแคนดิเดตให้โหวตในวันที่ 27 ก.ค. เผื่อเสียงไม่พอ ก็ไม่เสียหายมากนัก นี่คือสาเหตุที่เพื่อไทยไม่รีบร้อนประกาศแคนดิเดตตั้งแต่ตอนนี้ แต่ดึงไปประกาศหลังประชุมกรรมการบริหารพรรควันที่ 26 ก.ค. ก่อนโหวตแค่ 1 วัน เพื่อประเมินสถานการณ์ถึงนาทีสุดท้าย
แม้จะโหวตไม่ผ่าน แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือ ประเมินเสียงสนับสนุนใหม่ได้ชัดเจน วางยุทธศาสตร์ต่อไปได้ไม่ยาก ใช้ข้ออ้างเรื่องเสียงยังเติมไม่พอ กดดันก้าวไกลให้พิจารณาตัวเอง เพราะเหตุผลชัดว่า สว. กับเสียงส่วนใหญ่ฝั่ง 188 สส. ไม่เอาก้าวไกล
พร้อมยืมมือกองเชียร์ หรือ "ด้อมส้ม" ตั้งคำถามกับก้าวไกลว่า การดึง "พรรค 2 ชาติ หรือ 1 ชาติ กับ ปชป." เข้ามา ถือว่ายอมรับได้หรือไม่ เพราะ "ด้อมส้ม" เคยสร้างกระแสต้านชาติพัฒนากล้า จนกระเด็นจากการร่วมรัฐบาลเป็นพรรคที่ 9 มาแล้ว
2.เสนอชื่อ "เศรษฐา ทวีสิน" เป็นแคนดิเดตให้โหวตในวันที่ 27 ก.ค. โดยมีดีลลับดึง สส. ฝั่ง 188 เสียงเข้าร่วม แต่จะไม่ดึงในนามพรรค เพราะเกือบทุกพรรคตั้งกำแพงไม่เอาก้าวไกลหมดแล้ว โดยจะดึงในนามกลุ่ม คล้ายๆ "งูเห่า"
- ถ้าเศรษฐาได้เป็นนายกฯ จะมีเสียง สส.กลุ่มก๊วนต่างๆ ร่วมสนับสนุน
- กดดัน "ด้อมส้ม" รับได้หรือไม่ เช่น มีกลุ่มผู้กองช่วยโหวตด้วย
ถ้าก้าวไกลยังไม่ยอมออก จะมีการสร้างสถานการณ์ต่อรองเก้าอี้ตอนตั้ง ครม. จนก้าวไกลไม่เหลือเก้าอี้อะไรให้ทำงาน สุดท้ายต้องถอยออกไปเอง แล้วพรรคเพื่อไทยจัดโผพรรคร่วมใหม่ และแบ่งโควตา ครม.ใหม่
ข่าวจากแกนนำ และคนใกล้ชิดแกนนำพรรคฝั่ง 188 สส. ยืนยันชัดเจนว่า หลายพรรคผ่านการพูดคุยเจรจากับเพื่อไทยมาแล้ว มีการแจ้งตัวเลขเก้าอี้กันแล้วด้วยซ้ำ
ทั้งหมดนี้เป็นตัวเลข และเก้าอี้สมมติ...
พรรคเก่าแก่ แต่ร่อแร่สุดๆ - 1 ว่าการ 2 ช่วยฯ โดยเก้าอี้ รมว. หวังเล่นของสูง จองกระทรวงเกษตรฯ แต่ได้จริงอาจเป็น กระทรวง พม. ซึ่งเป็นกระทรวงที่พรรคก้าวไกลหมายมั่นปั้นมือ รวมถึงไทยสร้างไทย ที่พยายามขอแล้ว แต่ก้าวไกลไม่ให้ เนื่องจากสามารถสร้างผลงานเด่นเรื่อง "บำนาญประชาชน หรือเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน" ได้
พรรคลุง ป. รอเสียบ - 4 รมต. ทั้งว่าการ ทั้งช่วย มีกระทรวงแรงงาน คลัง (อาจเป็น รมช.) และกลาโหม
แต่อย่าลืมว่ากลาโหม เป็นเก้าอี้ที่ก้าวไกลต้องการ เพื่อเดินหน้านโยบายยกเลิกเกณฑ์ทหาร และปฏิรูปกองทัพ แต่รัฐบาลใหม่เพื่อไทยต้องให้โควตาพรรคลุง ป. เพราะมีบารมี สกัดปฏิวัติได้
ส่วนเก้าอี้ รมว.คลัง ที่วางตัว “คุณไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล เอาไว้ จะเป็น “โควต้ากลาง” ของคนนอก / ก้าวไกลก็จะวืดอีก
พรรคเสียงเหน่อ - 1 ว่าการ เป้าหมายเดียว คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกระทรวงที่ก้าวไกลหมายปอง เพราะจะเข้าไปแก้ปัญหาที่ดินทำกิน โดยเฉพาะการประกาศเขตป่า เขตอุทยาน ทับที่ประชาชน
เป้าหมายของก้าวไกล มองภารกิจเป็นหลัก จะแก้ปัญหาที่ดินทั้งระบบ คุมทั้งมหาดไทย เกษตรฯ และกระทรวงทรัพย์ แต่ถ้ามีพรรคร่วมเพิ่มขึ้น เก้าอี้เหล่านี้ก็ถูกเฉลี่ยออกไป เหลือแต่เก้าอี้ที่ก้าวไกลไม่ถนัด หรือทำงานไม่ได้
คำถามสุดท้าย แล้วจะอยู่ไปทำไม ต้องโบกมือลาด้วยตัวเองหรือไม่
นี่คือเกมเพื่อไทย...เขี้ยวยาวได้เปรียบ!