ฉากทัศน์ที่ 2 : เพื่อไทยเป็นแคนดิเดตแทนก้าวไกล แต่ 2 พรรคยังอยู่ด้วยกัน ต่อรองกันจนวินาทีสุดท้าย ให้"ก้าวไกล"ยอมอยู่ร่วมรัฐบาลหวังเสียงเดิม 311 + ส.ว. 80 คน รวมเป็น 391++
- แต่ความเสี่ยงคือ ส.ว.สลัดวิปควบคุมไม่ออก ยอมให้ก้าวไกลเป็นรัฐบาลไม่ได้
- เรื่องนี้สำคัญมากต่อเพื่อไทย เพราะว่า แม้เพื่อไทยไม่ได้เป็นนายกฯ แต่ได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น (ยึดมั่นฝ่ายประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุด แม้เสียประโยชน์ก็ไม่ยอมผิดหลักการ)
ฉากทัศน์ที่ 3 : รัฐบาลเสียงข้างน้อย "บิ๊กป้อม" เป็นแคนดิเดต
- ส.ว.ถูกวิปคุมเสียงแน่น ไม่เอาก้าวไกล ไม่เอาเพื่อไทย ต้องเอาฝ่ายรัฐบาลเดิม
-“บิ๊กป้อม” ได้คะแนนเสียงเพียงพอเกินกว่า 376
- ก้าวไกลและเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านกับพรรคการเมืองเล็ก
- เสียงคัดค้านเต็มถนนและบนพื้นที่โซเชียลมีเดีย ประเมินไม่ได้ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน แต่หวังว่า"ก้าวไกล"และ"เพื่อไทย"จะออกมาควบคุมอารมณ์ของผู้สนับสนุนได้ และตั้งเป้าหมายใหม่ เลือกตั้งครั้งหน้าภายในไม่เกิน 1-2 ปี
- ทั้งก้าวไกลและเพื่อไทยจะมีโอกาสเตรียมตัวให้ชนะขาดเพียงผู้เดียว 251 เสียงขึ้นไป
ฉากทัศน์ที่ 4 : เหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น เช่น
- เพื่อไทยจับมือข้ามขั้ว โดยเฉพาะจับมือกับลุง ทิ้ง"ก้าวไกล" เป็น"ฝ่ายค้าน"
- เศรษฐาลาออกจากเพื่อไทย
- ส.ว. เป็นจำนวนมากลาออกก่อนการโหวต
- ส.ว. ปิดสวิตช์ตนเอง
- เกิดความวุ่นวายทั้งวัน ตกลงกันวันนั้นไม่ได้ เลื่อนไปประชุมครั้งหน้า
- การประท้วงในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองนำมาสู่ความไม่สงบ
- ภาคธุรกิจเอกชนกดดันให้รีบตั้งรัฐบาล
- สรุปไม่ได้ว่าใครจะเป็นแคนดิเดตในการเสนอครั้งต่อไป และจะเป็นแคนดิเดตคนเดียว หรือแข่งกับใคร
- ยึดอำนาจโดยอาวุธ หรือวิธีการอย่างอื่น เช่น นิติสงคราม
- การโจมตีทางไซเบอร์ต่อผู้คุมอำนาจปัจจุบัน และ “ดอมส้ม” เป็นผู้ต้องสงสัย