เนชั่นทีวี

การเมือง

"ประพันธ์"ยันไม่เลือก"พิธา"เหตุคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ

13 ก.ค. 2566 | chairat_pat

"ประพันธ์"ยันไม่เลือก"พิธา"เหตุคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ

รัฐสภาเปิด "ส.ส.-ส.ว." อภิปรายก่อนลงมติโหวตนายกฯ ด้าน "ประพันธ์ คูณมี" ย้ำจุดยื่นไม่เลือก"พิธา" เหตุมีคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ผู้มีวิญญูชนตัดสินได้ไม่ต้องรอศาลวินิจฉัย ขณะที่ "พิธา" แจงคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์แบบ   

13 กรกฎาคม 2566 "นายประพันธ์ คูณมี" สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายระหว่างการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่า ส.ว. มีที่มาแตกต่างจาก ส.ส. แต่มีหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย แม้มาจากวิธีการใด ต้องปราศจากการครอบงำ เพื่อประโยชน์ประชาชนโดยรวม และก่อนทำหน้าที่ก็ต้องปฏิญาณตน ตามมาตรา 115 แบบเดียวกัน ส่วนตัวเคารพ ส.ส. และรับฟังความเห็นประชาชนในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่การพิจารณาวันนี้ (13ก.ค.) ก็ต้องฟังเสียงประชาชนทั้งประเทศเพื่อประกอบการพิจารณา และหวังว่าจะให้เกียรติ ส.ว. เช่นกัน แม้จะโหวตเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ควรเคารพกติกาตามรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ การเสนอชื่อ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเสนอชื่อบุคคลมีคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ขัดมาตรา 159 และมาตรา 160 แม้วันนี้เป็นการเสนอชื่อตาม มาตรา 272 ซึ่งเสนอได้ แต่ต้องเป็นบุคคลไม่มีลักษณะต้องห้าม เพราะมาตรา 160 ว่าด้วยคุณลักษณะของเป็นรัฐมนตรี วงเล็บ6 ต้องไม่มีลักษณะตาม มาตรา 98 กำหนดไว้ วงเล็บ3 ในการเป็นเจ้าของผู้ถือหุ้นหนังสือพิมพ์ หรือสื่อใด และไม่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดหรืออยู่ระหว่างต้องห้าม

อย่างไรก็ตาม แต่ลักษณะนายพิธา ขัดมาตรา 160 มาตรา 98 วงเล็บ3 เป็นบุคคลที่ต้องห้าม เมื่อเป็นเช่นนี้การเสนอชื่อเพื่อให้ความเห็นชอบจึงขัดต่อข้อบังคับ ข้อ 136 กำหนดไว้ จึงมีปัญหาการเสนอชื่อให้สภาให้ความเห็นชอบ หรือเป็นบุคคลมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญได้

นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงปัญหาคุณสมบัติปรากฏชัดวานนี้ กกต. มีมติยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตาม มาตรา 82 ซึ่งศาลรับเรื่องธุรการ และจะเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาต่อไป แสดงให้เห็นว่านายพิธา เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม เป็นข้อยุติ กกต. แต่การพิจารณาของสภา มีหน้าที่พิจารณาว่าการที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอนายพิธา ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ขณะเดียวกัน แม้จะมีคนพูดว่าคำวินิจฉัยยังไม่สุด แต่ปัญหานี้ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของศาล เพราะปัญหาคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งเป็นคุณสมบัติเดียวกันกับผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ วิญญูชนตัดสินใจได้ เพราะมาตรา 98 ไม่ได้เขียนซับซ้อน และเรื่องนี้ไม่ต้องถามศาล สามารถพิจารณาได้เอง ซึ่ง มาตรา151 ให้ตัวเองวินิจฉัยตัวเองได้ ถ้า กกต. มีอำนาจเอง ไม่ต้องส่งศาล เชื่อว่าก็คงให้ใบแดง แต่การพิจารณานั้น กฎหมายบัญญัติให้ ส.ส. หรือ กกต. เห็นว่าใครสิ้นสุด เข้าชื่อหรือยื่นศาล ดังนั้น กรณีเป็นปัญหาสำคัญ สภาต้องพิจารณาให้ละเอียดว่าเห็นชอบหรือไม่


 

"ผมเห็นว่าสมาชิกรัฐสภา ควรใช้ดุลพินิจ กรณีนี้ขัด มาตรา 160 จึงไม่อาจได้รับการเสนอชื่อได้ เพราะขัดรัฐธรรมนูญ หากดึงดันลงมติ อาจขัดมาตรา 231 วงเล็บ1 และตามประมวลจริยธรรม ส.ส. ข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 29 และประมวลจริยธรรม ส.ว. ในข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 44 เช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงไม่เห็นด้วยและคัดค้านการเสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกฯ" นายประพันธ์ กล่าว 

ขณะที่ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้แจงว่า คุณสมบัติที่ "นายชาดา ไทยเศรษฐ์" ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ติติงในเรื่องบุคลิกภาพ และภาวะผู้นำ ซึ่ง สิ่งที่ตนพยายามทำ คือ ฟังมากกว่าพูด และทำมากกว่าพูด เหมือนสโลแกนภูมิใจไทย และการพัฒนาภาวะผู้นำ แม้ไม่เห็นด้วย กับนายชาดา แต่นายชาดา มีเสรีภาพในการพูด และเวทีนี้เป็นการเลือกนายกฯ ไม่ใช่แก้กฎหมายใดๆ ดังนั้น ผู้นำที่ดีต้องอดทนอดกลั้น ทนฟังว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง

ส่วนที่มีการพูดถึงเอ็มโอยู 8 พรรคการเมือง ซึ่งเรื่องนี้เป็นการทำความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ผูกขาดชุดความคิด ซึ่งเป็นหน้าที่ของสภาแก้ไข และพูดอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อเป็นทางออกของประเทศ

ส่วนกรณีที่นายประพันธ์ พาดพิงนั้น ยืนยันว่าตนยังมีคุณสมบัติสมบูรณ์แบบด้วยความชอบธรรม เพราะยังไม่รู้ข้อกล่าวหา หรือประเด็นไหน แต่สมมติฐานให้บริสุทธ์ไว้ก่อน ดังนั้น จะมีศาลเตี้ยในสภาไม่ได้ และ 62 มีเหตุการณ์แบบนี้ รัฐบาลรวมได้ 249 เสียงข้างมาก ไม่มีแตกแถว ซึ่งตนรัดกุม สอบถาม กกต. ป.ป.ช. ตั้งแต่เป็นส.ส. ครั้งแรก และตลอดไป ที่ยอมรับการตรวจสอบ ต่างจากบางคนที่ไม่เคยอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ

 

ข่าวล่าสุด