เนชั่นทีวี

การเมือง

"ส.ส.-ส.ว." ประสานเสียง ฟังประชาชน "โหวตนายกฯ"

06 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"ส.ส.-ส.ว." ประสานเสียง ฟังประชาชน "โหวตนายกฯ"

"ส.ว.มณเฑียร" ย้ำจุดยืนโหวตนายกฯ ตามเสียงข้างมาก ส.ส. ชี้ ม.112 ไม่เป็นเงื่อนไขให้ ส.ว.คิดเหมือนกัน ด้าน "อลงกรณ์" ลั่น ผู้แทนปวงชน ไม่มีสิทธิ์ใช้ดุลยพินิจตัวเอง แนะ 8 พรรคถอย ม.112 ปิดข้ออ้างส.ว. ส่วน "ปริญญา" ขอ "บิ๊กป้อม" อยากเป็นนายกฯ อย่างสง่างามปล่อย ส.ว.ฟรีโหวต

6 กรกฎาคม 2566 เครือข่าย Respect My Vote จัดเสวนาหัวข้อ “เคารพผลเลือกตั้ง ฟังเสียงประชาชน” ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมจับตา การให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายมณเฑียร กล่าวว่า การงดออกเสียงถือเป็นการคงเส้นคงวากับหลักการ ตนจึงใช้หลักการปิดสวิตช์ตัวเองโดยไม่มีผลกระทบต่อคะแนนเสียง หมายความว่า เสียงข้างมากเป็นอย่างไร ส.ว.อย่างตนก็เห็นด้วยแบบนั้น เมื่อ ส.ส.เสียงข้างมากครั้งนี้ใครรวบรวมเสียงข้างมากได้ก็เอาตามนั้น ไม่ว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะเป็นใครก็ยังใช้หลักการเดิม แต่ตนก็ไม่รู้ว่า ส.ว.อีก 60 กว่าคนจะคิดตามสมการนี้หรือไม่

เครือข่าย Respect My Vote จัดเสวนาหัวข้อ “เคารพผลเลือกตั้ง ฟังเสียงประชาชน”

ทั้งนี้ นอกจากเหตุผลการโหวตตามเสียงข้างมาก เงื่อนไขอื่นๆโดยเฉพาะประเด็นมาตรา 112 ตั้งแต่ปิดสมัยประชุม ส.ว.ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันเป็นกิจลักษณะ และส.ว.ก็ไม่ได้มีโครงสร้างที่ยึดตรึงกันเหมือนพรรคการเมือง ส่วนตัวจึงคิดว่าส.ว.มีความเป็นปัจเจกบุคคล แม้ส.ว.จะมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ตอนนี้คสช. ก็ไม่มีแล้ว เปลี่ยนผ่านมาเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลวิธีพิเศษ แต่เป็นระหว่างรัฐบาลประชาธิปไตยชุดหนึ่งไปเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยอีกชุดหนึ่ง

จึงยากที่จะบอกว่า ส.ว.จะไปทางไหน หรือมีความเห็นตรงกันเกี่ยวกับมาตรา 112 เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจจะมีส.ว.บางคนพูดจามีน้ำหนัก จึงกลายเป็นประเด็น ขอยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเป็นเงื่อนไขให้ ส.ว.ต้องคิดเหมือนกัน

ด้าน นายอลงกรณ์ กล่าวว่า เมื่อทราบผลการเลือกตั้ง และด้วยประสบการณ์ทางการเมืองของตน จึงเรียกร้องให้ส.ส. และส.ว. เคารพเสียงประชาชน หลังจากนั้นตนเสนอในพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในส่วนส.ส.ของพรรคให้โหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ และให้รัฐบาลที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำได้เป็นรัฐบาล เพราะเป็นหลักการของระบบเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่รัฐธรรมนูญกำหนดว่านายกฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา คือต้องมีเสียง 376 เสียง เป็นอย่างน้อย ซึ่งการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลควรราบรื่นรวดเร็ว ไม่นำไปสู่จุดเสี่ยงในการเผชิญหน้าอีก หรือเลวร้ายที่สุดคือ ต้องไม่นำไปสู่การรัฐประหาร ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าเสียงที่ประชาชนเลือกต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล

 

ทั้งนี้ หลักการหนึ่งที่ส.ว.และส.ส.หลายคนไม่เข้าใจ ทุกรัฐธรรมนูญเขียนว่า ส.ส. ส.ว. คือผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่ยังไม่มีใครพูดหลักการที่ซ่อนไว้ในรัฐธรรมนูญว่าส.ส. ส.ว. มีสิทธิอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบภายใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงออกเสียงตรงมาว่า ต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล เราไม่มีสิทธิ์ไปขัดแย้ง ขัดขวาง ดังนั้น การเลือกตั้งจึงเป็นประธิปไตยสายตรงให้เจ้าของอำนาจอธิปไตยที่เขาเลือก โดยผู้แทนปวงชนชาวไทยต้องปฏิบัติตาม

การแข่งขันเรื่องนโยบายหรือจะโต้แย้งอะไรมันจบแล้ว เพราะประชาชนเลือกแล้ว ส.ส. ส.ว.ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปอ้างดุลยพินิจของตัวเองอีก ส่วนหลักเสียงข้างมากในสภาฯ แม้ว่าต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่นายกฯ ต้องได้รับเสียงโหวตของสมาชิกรัฐสภา แต่ต้องยอมรับว่า ระบอบประชาธิปไตยของเราอยู่ในระบบรัฐสภา เสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ดังนั้น ภายหลังการเลือกตั้งต้องให้สิทธิ์อันชอบธรรมกับพรรคอันดับหนึ่ง สอง และสาม ตามลำดับ ในการรวมตัวจัดตั้งรัฐบาล

จากซ้าย ส.ว.มณเฑียร, อลงกรณ์, อ.ปริญญา

ซึ่งครั้งนี้ 8 พรรค เขาได้ 312 เสียง ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ สถานะของการโหวตนายกฯ จึงไม่ได้มีสถานะแค่แคนดิเดตนายกฯของพรรคก้าวไกล แต่เป็นแคนดิเดตนายกฯของรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาฯ ถ้าเราไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ยอมรับเสียงประชาชนสายตรง จะให้เลือกตั้งทำไม เมื่อเป็นประชาธิปไตยสายตรงแล้ว คำว่า “ผู้แทนปวงชน” ต้องอยู่แถวสอง ไม่สามารถคัดค้านเสียงประชาชนได้

“เราต้องคำนึงหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติ การตั้งรัฐบาลจึงต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ส.ส.และส.ว.ต้องมีสปิริตประชาธิปไตย การยอมรับความพ่ายแพ้ คือการเริ่มต้นของโอกาสในการแข่งขันใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า หากการโหวตนายกฯ วันที่ 13 ก.ค.นี้ นายพิธา (ลิ้มเจริญรัตน์)ไม่ผ่าน ก็ต้องโหวตครั้งต่อไป หากไม่ผ่านอีกก็เป็นสิทธิ์ของพรรคอันดับสองคือพรรคเพื่อไทย บ้านเมืองต้องเดินตามครรลอง จึงจะเดินหน้าไปได้” นายอลงกรณ์ กล่าว และกล่าวต่อ

หลายฝ่ายวิเคราะห์ตรงกันว่า การโหวตนายกฯ เสียงส.ว.ไม่น่าจะพอ สิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค ควรทำคือควรเปิดสวิตช์ให้ส.ว. ทำอย่างไรจะปลดเงื่อนไขข้ออ้างที่จะไม่โหวตให้ ตนอยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าพรรคก้าวไกลถอยไปข้างหน้า ยังเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย เห็นได้จากการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็คือการถอยไปข้างหน้า การเลือกนายกฯก็เช่นกัน เรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เรื่องการตั้งฐานทัพการแทรกแซง ให้พรรคก้าวไกลประกาศเลยว่าเรื่องนี้รอได้ ขอถอยเรื่อง 112 พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งฐานทัพ แบ่งแยกดินแดน โดยที่ทั้ง 8 พรรคเซ็นร่วมกัน หากเป็นแบบนี้วันที่ 13 ก.ค.นี้ ที่จะมีการโหวตนายกฯ ส.ว.จะมีข้ออ้างอะไรอีกที่จะไม่โหวตให้นายพิธา

เครือข่าย Respect My Vote จัดเสวนาหัวข้อ “เคารพผลเลือกตั้ง ฟังเสียงประชาชน”

นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า จุดยืนที่ชัดเจนเท่านั้นจะสร้างศรัทธาประชาชนได้ เราจึงต้องมีจุดยืนทางการเมืองชัดเจน ไม่สร้างความเกลียดชังในระบอบประชาธิปไตย การชุมนุมเป็นสิทธิ์โดยชอบ แต่ต้องไม่รุนแรงหรือเรียกรัฐประหารมา 3 ป. พอได้แล้ว ควรปิดสวิตช์จริงๆ ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามา หลายประเทศผู้นำก็อายุน้อย โลกเปลี่ยนไปแล้ว เพราะโลกเปลี่ยนแปลง พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องเปลี่ยน เริ่มต้นเพื่อโอกาสใหม่

ขณะที่ นายปริญญา กล่าวตอนหนึ่งว่า ถ้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อยากเป็นนายกฯ ต้องเปิดให้ ส.ว.ฟรีโหวต เพื่อพิสูจน์ว่าท่านจะเป็นนายกฯด้วยความสง่างาม ไม่ใช่เพราะส.ว. นี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวท่านเอง ส่วนพรรคภูมิใจไทย ถ้าดูจากการโหวตเลือกประธานสภาฯ เขาฟรีโหวต มีส.ส.งดออกเสียง 77 คน ส่วนใหญ่เป็นส.ส.ภูมิใจไทย ส่วนการโหวตนายกฯ ไม่ใช่เรื่องของนายพิธา หรือพรรคก้าวไกล แต่เป็นการโหวตตามหลักการในประชาธิปไตยให้เสียงข้างมากกับประชาชน ตนคิดว่ามีโอกาสที่เสียงจะถึง 376 เสียง ซึ่งพรรคก้าวไกลต้องสื่อสารกับส.ว. และ ส.ส.พรรคอื่นด้วย

ข่าวล่าสุด