ตัวติดกัน! "เศรษฐา" ย้ำ "เพื่อไทย-ก้าวไกล" ไม่มีแตกแถว ดัน "พิธา" นั่งนายกฯ
06 ก.ค. 2566 | sirisak_rue

"เศรษฐา" ย้ำเพื่อไทย-ก้าวไกลตัวติดกัน ไม่มีแตกแถวดัน "พิธา" นั่งนายกฯ ชี้ควรให้โอกาสลงมติอีกหากแห้วรอบแรก
การเมือง
06 ก.ค. 2566 | sirisak_rue

"เศรษฐา" ย้ำเพื่อไทย-ก้าวไกลตัวติดกัน ไม่มีแตกแถวดัน "พิธา" นั่งนายกฯ ชี้ควรให้โอกาสลงมติอีกหากแห้วรอบแรก
6 กรกฎาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกำหนดการเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ซึ่งท่าทีของวุฒิสภาส่วนใหญ่ยังไม่ให้การสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยเห็นว่า นายพิธา เคยระบุแล้วว่าจะสามารถรวบรวมเสียงได้เกิน 376 เสียง ซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นกำลังใจให้ และย้ำว่าพรรคเพื่อไทย ไม่มีแถวแตกในการลงมติแน่นอน
ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอหากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ถูกเสนอชื่อเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ก็จะได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่า นายพิธานั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ว่า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ก็มีเสียงในรัฐสภาแล้ว 312 เสียง ต้องการอีกกว่า 60-70 เสียง นายพิธา จะได้รับความเห็นชอบ ดังนั้นจึงยังมีความหวัง และยังมั่นใจว่า นายพิธา จะได้รับเสียงสนับสนุนในรัฐสภา
นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงเงื่อนไขของวุฒิสภา ที่กังวลต่อนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล จนอาจทำให้ ส.ว.ฝืนหลักการเสียงข้างมากของ ส.ส. และไม่ลงมติให้กับนายพิธาว่า ส.ว.หลายคน ออกมาให้ความเห็น แต่ก็ยังมี ส.ว.อีกหลายคนที่ไม่ได้ออกมาให้ความเห็น และเชื่อว่าในวันที่มีการลงมติ ส.ว.ก็น่าจะทำตามฉันทามติของประชาชน ส่วนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นไปตาม MOU ที่ลงนามกันไว้
ส่วนหากการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ในครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ รัฐสภา ควรให้โอกาสเสนอชื่อนายพิธาอีกครั้งหรือไม่นั้น นายเศรษฐา ระบุว่า จะต้องพิจารณาถึงคะแนนเสียงที่นายพิธาได้รับ และควรให้โอกาสกันบ้างหากแพ้นิดเดียว พร้อมเชื่อว่า การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี จะจบลงด้วยดีเหมือนการลงมติเพื่อเลือกตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายเศรษฐา ยังปฏิเสธที่จะกล่าวถึงกรณีที่หากนายพิธา ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากรัฐสภา ก็จะทำให้โอกาสกลับมาที่พรรคเพื่อไทยในการเป็นนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ยังไม่อยากคิดไปถึงสถานการณ์นั้น เพราะถือเป็นพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน จึงจะต้องลงมติให้กันอยู่แล้ว ซึ่งไม่เหมาะสมหากตนจะแสดงความคิดเห็นดังกล่าว
ส่วนกรณีที่นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ สมาชิกวุฒิสภา ระบุพร้อมลงมตินายกรัฐมนตรีให้พรรคเพื่อไทย โดยจะต้องสลัดพรรคก้าวไกล ออกจากสมมการการจัดตั้งรัฐบาล นั้น ยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องดังกล่าว เพราะพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ตัวติดกันและมาจากฝ่ายประชาธิปไตย รวมถึงยังมีการลงนาม MOU ระหว่าง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ซึ่งทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ก็ยังจับมือทำงานร่วมกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ผิดใจกัน และเข้าใจว่าความเห็นดังกล่าว เป็นเพียงความเห็นจากสมาชิกวุฒิสภาเพียง 1-2 คนเท่านั้น รวมถึงยังเชื่อว่า ส.ว. อีกกว่า 200 คน จะยังคงสนับสนุนนายพิธา