ฟันธง"ทักษิณ"ไม่กลับไทย
นอกจากนี้ "อาจารย์กฤษฎา" ยังได้กล่าวถึง "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ประกาศจะกลับประเทศไทยในช่วงวันเกิด 26 กรกฎาคม ว่า สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ "คุณทักษิณ" ไม่ควรพูดอะไร ต้องรอดูอีกสัก 2 - 3 วัน หรือหนึ่งสัปดาห์ จำเป็นต้องเปิดเผยหรือไม่ว่าจะกลับมาหรือไม่ เพราะ"คุณทักษิณ"บอกว่า ลูกสาวจะเป็นคนประกาศมาเที่ยวบินไฟล์ทไหน อย่างไร และมีใครไปรับท่านมาหรือเปล่า และเราจะรู้ว่า "คุณทักษิณ"จะมาหรือไม่
ทีนี้ทุกคนพูดอยู่แล้วว่า ถ้า"คุณทักษิณ"มาในจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อ การเมืองเข้าด้ายเข้าเข็ม การมาของ"คุณทักษิณ"จะเป็นการกวนน้ำให้ขุ่น ไม่ดูจังหวะ ก็ผิดมารยาท ทั้งๆที่เป็นผู้ใหญ่น่าจะรู้ ถึงตรงนั้ "คุณทักษิณ"จะโดนตำหนิมากกว่า
"ผมคิดว่าคุณทักษิณ ต้องชั่งใจว่าถ้ามา จะเสียมากกว่า อาจไม่มา แต่วิธีที่ไม่มาหรือขอเลื่อนไปก่อน ก็หาวิธีที่ได้ประโยชน์ สมมติ ผมเป็นคุณทักษิณ จะบอกว่า ผมอยากจะมามาก ผมสัญญาประชาชนแล้ว ผมคิดถึงหลาน วันเกิดผม 26 ก.ค. แต่เพื่อความสงบของบ้านเมืองไม่ต้องการให้มีคนมาต่อต้าน หรือให้สื่อมวลชนมาวุ่นวาย"
ในขณะที่บ้านเรา ยังไม่รู้เลยว่า ใครเป็นประธานสภา ใครเป็นนายกฯ ผมก็เลื่อนออกไปอีกสักเดือนสองเดือนไม่เห็นเป็นไร ขออภัยประชาชนด้วยจะได้คะแนนนิยมกลับมา คนจะบอกว่าคุณทักษิณ มีน้ำใจ แค่ผิดคำพูดแต่ว่ารักประเทศชาติมากกว่า จะออกมาทำนองนั้น สรุปแล้ว "เลื่อนแน่"
อีกสาเหตุไม่กลับเพราะกลัวติดคุกหรือไม่ "นักวิชาการท่านนี้" กล่าวว่า ถ้ากลับมาในช่วงรัฐบาลรักษาการ "พล.อ.ประยุทธ์" เหมือนขิงก็ราข่าก็แรง หรือรอให้มีรัฐบาลใหม่ที่มี "เพื่อไทย" เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลก็ต้องลองคิดดู ยิ่งรอและเลื่อนหน่อยได้ประโยชน์มากกว่า ทั้งอิสรภาพของตนเอง ทั้งการเจรจาประนีประนอม ทั้งอะไรต่างๆ
"แค่ผิดคำพูด ดีกว่า ตัดสินใจผิด แล้วไปลำบาก ตอนนี้ท่านอายุ 74 ปี ต้องคิดละเอียดรอบคอบและท่านเป็นคนที่ฉลาด"
มั่นใจ "พิธา" ได้เป็นนายกฯ
"อาจารย์กฤษฎา" ยังแสดงความมั่นใจ 99 เปอร์เซนต์ ว่า"พิธา"จะได้เป็นนายกฯ แม้ว่ามีกระแสข่าว"พิธา"ต้องเผชิญด่านต่างๆ ตรงนั้นเป็นแค่ความคิด ที่เอา Mindset การเมืองสองปีที่แล้วมาใช้ แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว
ตั้งแต่ 14 พ.ค.เราน่าจะรู้ว่าประเทศได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่พฤติกรรมหลายคน ทั้งนักการเมือง แม้แต่สื่อมวลชน ยังไม่เปลี่ยน ยังเอาฝันร้าย เอาความหวาดระแวงเมื่อสี่ปีที่แล้วมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนนั้นบินไปดีลอย่างนั้นอย่างนี้ มีการพบกันที่เซฟเฮาส์ไปจ่ายคนนั้นคนนี้ ถือเป็นการนำความคิดสองปีที่แล้วมาใช้ภายหลังเลือกตั้ง14 พ.ค.
"อาจารย์กฤษฎา" บอกว่า ถ้าเกิดใครลบความคิดเก่านี้ให้หมด จะเข้าได้ว่า โลกเปลี่ยนจริงๆไม่กลับไปอีกแล้ว ยกตัวอย่าง คนในโลกจะยอมไหมถ้าตัดอินเตอร์เนต์ เอาโทรศัพท์ออกจากมือเขา ใครจะยอม
ฉะนั้น นี่ไม่ใช่ยุคเก่า เอารถถังเข้ามาเซ็นเซอร์ประเทศได้ ถึงอยากทำก็ทำไม่ได้ ถึงส.ว.ออกมาทั้งหมดไม่ให้"คุณพิธา"เป็นก็ไม่ได้ ทำได้ยังไง ถ้าวันนั้นฉันไม่เอา "คุณพิธา" จะให้คนอื่น ดูข้างนอกถนนจะเป็นอย่างไร "เคยเห็นคนล้านคนสองล้านคน ออกมาเดินถนนครั้งแรกในเมืองไทยก็รอดูแล้วกัน แล้วไหนโซเชียลมีเดียอีก 5-10 ล้านคน แล้วไหนความกดดันจากต่างประเทศอีก"
"ผมยกตัวอย่างถ้าเกิดว่าทหาร หรือใครก็แล้วแต่ ใช้พลังเหมือนแต่ก่อน อาจโดนคว่ำบาตร จากต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำในการคว่ำบาตร เขาจะมีเหตุผล การเลือกตั้งโดนโกง ประชาชน 25 ล้านคน โดนจับแพ้ฟาวล์ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แสดงว่าไทย ทำผิดละเมิด อย่างนั้นอย่างนี้ ฉะนั้นอย่าประมาท ถ้าไทยถูกคว่ำบาตร เศรษฐกิจไทยพัง หุ้นตก 20 เปอร์เซนต์ คุณจะเป็นรัฐบาลได้ไง ถ้าโดนคว่ำบาตร"
เตือน"เพื่อไทย"ติดกับดัก
ถามว่า หาก"คุณพิธา"แฟ้ฟาวล์ เพื่อไทยขึ้นมานำหรือจับขั้วใหม่ จะยอมรับได้หรือไม่ "อาจารย์กฤษฎา" กล่าวว่า เหมือนเดินเข้าไปในกับดัก แล้วโดนเชือดทั้งหมดจะอยู่ไม่ได้ จะมีการทำกฎหมายอะไรไม่ได้ สามสี่เดือนก็มีการยุบสภา เสร็จปุ๊บ "ก้าวไกล" ได้ 275 เสียงขึ้นไป เพราะประชาชน ถือว่า"เพื่อไทย"ทำลายตนเอง จะทำไปทำไม 3 - 4 เดือนแล้วหมดสิ้น จะมีคนเขียนตำนานอีก ปีหน้าบอกว่า พวกนี้โดนหลอกให้เป็นรัฐบาลเพื่อให้โดนขจัดออกจากการเมืองทั้งหมด
"คนหลายคนออกมาเตือน "เพื่อไทย" ว่าอย่าเพลี่ยงพล้ำเรื่องนี้ อย่าทำให้คนเห็นว่า คุณรอให้ "ก้าวไกล" เพลี่ยงพล้ำแล้ว"เพื่อไทย"เข้าไปแทน เพราะ แทนที่คุณจะได้เป็นรัฐบาล เป็นนายกฯ เป็นประธานสภาฯ แต่คุณจะได้ครั้งเดียวแล้วเสียไปตลอด"