- "สื่อทีวีไม่ควรมีนักการเมืองถือหุ้น"
กระทั่งเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ก็เข้าประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งตอนนั้นรู้แล้วว่ามีนักการเมืองถือหุ้นสื่อไอทีวี จึงตั้งใจว่าอยากจะไปถามว่า ผลจะเป็นอย่างไร เพราะคดีความของไอทีวีเกี่ยวข้องกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ สปน. ซึ่งการเลือกตั้งก็เป็นการเลือกนายกฯ และนายกฯเป็นนายของสำนักปลัดฯ จึงมองว่าเกี่ยวพันกันหมด
"วันที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตนเองเป็นเหมือนผู้ติดตาม แต่ครั้งนี้เป็นการประชุมแบบออนไลน์ ตนเองก็นั่งทานข้าวอยู่กับ"นายภาณุวัฒน์" ก็นั่งประชุมอยู่ด้วยกัน มีการพิมพ์คำถามเข้าไป เพื่อสอบถามประธานในที่ประชุมตั้งแต่เริ่มประชุมวาระแรกๆ จนประธานในที่ประชุมบอกให้คำถามเหล่านี้ไปอยู่ในวาระสุดท้ายเพื่อความเรียบร้อยของการประชุม ซึ่งยืนยันว่าตนเองพิมพ์ข้อความไปถามหลายคำถาม บางอันได้คำตอบ บางอันก็ไม่ได้คำตอบ และตอนที่พิมพ์คำถามจะปรากฎชื่อผู้เข้าร่วมประชุมอยู่แล้ว เพราะต้องล็อกอินเข้าระบบ ซึ่งก็ปรากฎชื่อของ"นายภาณุวัฒน์"
นักข่าวถามว่า ที่ตั้งคำถามว่า มีการดำเนินกิจการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีไหม เป็นการตั้งคำถามเองของ"นายนิกม์" หรือ"นายภาณุวัฒน์"ตั้งคำถาม "นายนิกม์" ตอบว่า ได้พูดคุยกันจนเกิดความคิด และเกิดคำถาม และเหตุผลที่ตั้งคำถามนี้ เพราะมองว่า สื่อทีวี ไม่ควรจะมีนักการเมืองมาถือหุ้นอยู่แล้วตามกติกา เพราะทำให้เกิดความวุ่นวาย และเราก็อยากรู้ว่า ยังดำเนินการสื่ออยู่มั้ย และยังมีการถามด้วยว่าในฐานะผู้ถือหุ้นเราสามารถช่วยอะไรบริษัทได้บ้างหรือไม่
นักข่าวถามถึงกรณีการปรากฎคลิปการประชุมว่าประธานในที่ประชุม ตอบคำถามว่า ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใดๆ รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อน แต่รายงานการประชุมระบุว่า ปัจจุบันบริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตฤประสงค์ของบริษัท และ มีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ เท่าที่เราทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายนิกม์ ตอบว่า
"หากไปดูวาระการประชุมจะมีทั้งหมด 9 วาระ วาระที่ 1 ก็มีคำถาม วาระที่ 2 ก็มีคำถาม คลิปเสียงที่ปรากฎน่าจะเป็นวาระที่ 9 อาจจะเป็นคำถามที่พัวพันกับเรื่องของคดีความหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นการไปให้ร้ายหรืออะไรได้ แต่ผมคิดว่าบริษัทใหญ่โตขนาดนี้ คงจะมีการบันทึกไว้อยู่แล้ว ก็อยากให้จะบริษัทเปิดเผยดีกว่า เพราะผมก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็นความลับของบริษัทหรือไม่”
- ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ยัน"ไอทีวี"ยังเป็นสื่อ
นักข่าวถามว่า ในที่ประชุมเขาตอบคำถามหรือไม่ว่ามียังดำเนินกิจการสื่ออยู่กี่ครั้ง "นายนิกม์" ตอบว่า เขาก็พูดหลายครั้ง และในประเด็นคลิปวาระที่ 9 เป็นวลีต่อเนื่อง มีแม้กระทั่งว่า บริษัทไอทีวี เคยจ้างที่ปรึกษามาวางแผนว่าจะดำเนินการอะไรบ้างหลายโมเดล
นักข่าวถามย้ำอีก อยากให้ช่วยยืนยันว่า ประธานการประชุมมีการพูดประโยคที่เหมือนกับรายงานการประชุมว่า ไอทีวียังดำเนินกิจการสื่ออยู่จริงหรือไม่ ลักษณะการตอบคำถามเป็นอย่างไร "นายนิกม์" ตอบว่า เขาพูดเว้นวรรคตามที่เขาพิมพ์ เหมือนที่พิมพ์ในรายงานการประชุม ยืนยันว่า มีการพูดแบบข้อความในรายงานการประชุมจริง
ส่วนพูดในวาระไหนพอจำได้หรือไม่ "นายนิกม์"ตอบว่า พูดในวาระ ที่อยู่ในช่วงประมาณไม่เกินวาระที่ 5 ไม่ใช่ในวาระที่ 9 แต่มีแน่ๆที่ประธานพูด เพราะข้อเท็จจริงหนีไม่พ้นอยู่แล้ว และยืนยันได้ว่า เอกสารรายงานการประชุม กับการพูดในที่ประชุมตรงกัน และที่เปิดเผยข้อทูลออกมาไม่มีอะไรผิดแปลก อยากจะให้บริษัทใหญ่เปิดเผยข้อมูลออกมาเองดีกว่า เพราะเดี๋ยวจะหาว้าตนเองไปให้ร้ายอะไรใครอีก เนื่องจากเจตนาของตนเองไม่ได้ต้องการให้ร้ายใคร แต่เป็นการพูดข้อมูลออกมาจากที่ตนเองได้ยิน
ส่วนข้อมูลของ"นายเรืองไกร" เป็นข้อมูลผู้ถือหุ้นคนละฉบับกับของตนเอง
กรณีที่ "พรรคก้าวไกล"ออกมาแถลง ว่า มีการทำเป็นขบวนการพวกขวางไม่ให้พรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล "นายนิกม์" ตอบว่า จะเป็นขบวนการตั้งแต่ที่ยังไม่รู้ใครจะได้คะแนนเสียงข้างมากหรือข้างน้อยเลยหรือ ไม่เมคเซ้นเลย และยืนยันว่า ตนเองกับนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ไม่รู้จักกันมาก่อน ไม่มีการรับลูก ไม่รู้จักกันเลย
และตนเองเป็นเพียงคนที่มีอุดมการณ์คนหนึ่งที่ออกมา มีจุดยืนอยากให้ประชาชนได้เห็นเหรียญทั้งสองด้าน
เมื่อถามย้ำอีกว่า "นายนิกม์" เป็นนอมินีใคร มีใครอยู่เบื้องหลังให้ทำเรื่องนี้หรือไม่ "นายนิกม์" ตอบว่า เซ้นง่ายๆเลย ผมจะเป็นนอมินีใคร ผมจะไปคอนโทรลไอทีวีให้เกิดความบังเอิญในช่วงนั้นเหรอ ผมก็แค่ผู้ถือหุ้นรายย่อย
พร้อมยืนยันว่า การกระทำของตนเอง ไม่เกี่ยวข้องกับ"พรรคภูมิใจไทย" การกระทำของตนเองเป็นในนามส่วนตัวล้วนๆ และพรรคไม่เคยเห็นด้วย และสิ่งที่ตนเองทำไม่ได้เรียกว่าขุด แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ถืออยู่เท่านั้นและก็เปิดออกมา
- พร้อมให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับ "กกต."
"ข้อมูลที่ตนเองมีก็พร้อมที่จะมอบให้กกต.หากมีการเชิญเพื่อไปให้ข้อมูลก็ยินดี เพราะข้อมูลของตนเองก็เอามาจากบริษัท มาจากตลาดหลักทรัพย์ และที่ต่างๆ ซึ่งตนเองก็มีการอัดคลิปไว้ส่วนตัวด้วย วีดีโอก็มีกระตุกบ้างจึงไม่อยากเปิด เดี๋ยวจะหาว่าไปตัดต่อ แต่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือ กกต.ต้องการก็สามารถส่งข้อมูลเท่าที่มีให้ได้อยู่แล้ว"
"นายนิกม์" ยังบอกอีกด้วยว่า หลังจากเปิดข้อมูลออกไปนั้น มีบุคคลโทรมาคุกคามตนเองบ้าง และโดนกระแสสังคมโจมตี ทางโซเชียล อย่างหนักด้วยเช่นกันจนคนรอบข้างเป็นห่วง
ส่วนที่ สังคมมีการตั้งคำถามกันว่า มีการจัดทำรายงานการประชุมเท็จ หรือมีการทำเอกสารเท็จ "นายนิกม์" ตั้งข้อสังเกตว่า ใครจะกล้า ใครจะทำเอกสารเท็จให้ตัวเองต้องติดคุก และประธานบริษัทใหญ่ขนาดนั้นเขาคิดมารอบคอบ มีการจ้างบริษัทระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถือในทำบัญชีด้วย