ส่วนกรณีที่ กกต. รับว่าจะสอบ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตามมาตรา 151 จะมีผลต่อ การโหวตนายกรัฐมนตรีในสภา หรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้ ว่าจะมีผลมากน้อยเพียงใด แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และเป็นไปตามกฎหมาย
"เพราะการเลือกตั้งเป็นผลการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชน ทุกคนต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และต้องเป็นหน้าที่ของกลไกที่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อ กกต.ดำเนินการไปอย่างไร ก็ต้องขึ้นอยู่กับ กกต. ว่า จะมีความเห็นอย่างไร ในการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้" นายจุรินทร์ กล่าว
ทั้งนี้ กกต.เองก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะหลีกเลี่ยงบังคับใช้กฎหมายได้ และเมื่อผลเป็นอย่างไรก็ต้องไปสู่ศาล ส่วนจะเป็นศาลใด ก็ขึ้นอยู่กับประเด็นที่ กกต. จะตั้งขึ้นว่าจะไปศาลใด เพราะมีเงื่อนไขบังคับไว้แล้ว ว่าหากเป็นเรื่องของคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ลงรับเลือกตั้ง ส.ส. ว่าจะสามารถลงรับสมัครเลือกตั้งได้หรือไม่ ก็ต้องเป็นศาลฎีกา แต่ถ้าเป็นคุณสมบัติ ข้อสงสัย ในเรื่องของการเป็น ส.ส.แล้ว จะขาดคุณสมบัติ ส.ส.หรือไม่ ก็เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีขั้นตอนกระบวนการกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่สามารถทำเป็นอย่างอื่นได้