"เมื่อมีอยู่แล้วยื่นไม่ได้ปกปิดก็โอเค แต่ถ้าเขาไม่ยื่นทั้งๆที่เป็นของเขาอันนี้จะเข้าข่ายจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ส่วนทรัพย์สินนั้นจะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างไร ไม่ใช่หน้าที่ป.ป.ช. แต่อาจจะประสาน มายังกกต. ได้ หรือกกตสามารถขอข้อมูลมาเป็นหลักฐาน ประกอบการพิจารณาได้"นายนายนิวัติไชย กล่าว
ส่วนรายละเอียดที่แจ้งต่อป.ป.ช.ต้องระบุประเภทกิจการของหุ้นที่ถือหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า เอกสารที่ยื่นมาเป็นใบหุ้น ซึ่งระบุประเภทกิจการอยู่แล้ว แต่ไม่แน่ใจเรื่องของวัตถุประสงค์ ของบริษัทที่ถือหุ้นว่าได้ระบุไว้หรือไม่ ซึ่งกกต.สามารถขอเอกสารมาเป็นหลักฐานในการพิจาณาได้
ส่วนที่นายพิธาไม่ได้ยื่นหุ้นITV ตอนเข้ารับตำแหน่งนั้น นายนายนิวัติไชย ยืนยันว่านายพิธาได้ยื่นเพิ่มเติมเข้ามาภายหลังรับตำแหน่ง ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริง ว่ามีเจตนาอย่างไร ยังไม่สามารถตอบได้ว่าการไม่ยื่นมาช่วงรับตำแหน่งมีความผิดหรือไม่ แต่กรณีพ้นจากส.ส.ล่าสุดเข้าใจว่าได้ยื่นแล้ว และยืนยันว่า กรณีที่นายพิธายื่นเพิ่มเดินเข้ามา ไม่ได้พึ่งมายื่นในช่วงที่มีประเด็น
ส่วนการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน นายพิธา กรณีพ้นจากตำแหน่งส.ส.เมื่อวันที่ 20 มีนาคม เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการทยอยเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ของส.ส.ที่พ้นจากตำแหน่ง แล้วคาดว่าจะมีการเปิดเผยเร็วๆนี้
สำหรับกรณีที่นายพิธา มีนโยบายที่จะปฏิรูปองค์กรอิสระที่ไม่อิสระจริงนั้น นายนิวัติไชย ว่า เรื่องนี้เป็นของสภา ที่จะปรับปรุงคุณสมบัติและการสรรหา และพิจารณาแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอย่างไร รวมถึงจะแก้ไขอำนาจหน้าที่ขององค์กรอย่างไร
สำหรับที่ผ่านมาองค์กรอิสระมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่าถูกครอบงำ เลขาธิการป.ป.ช.กล่าวว่า แล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล ต้องดูเรื่องผลงานว่าแต่ละองค์กรมีการทำงานอย่างไร