ไม่เพียงเท่านั้น ขวากหนามสู่ เก้าอี้นายกฯ ของ"พิธา" ยังต้องรอการชี้ขาดคดีร้อน กรณีที่มีคำร้อง "พิธา" ถือหุ้นสื่อไอทีวี ขัดต่อคุณสมบัติการเป็น ส.ส. ซึ่งต้องจับการทำงานของกกต.จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร และจะส่งเรื่องสู่ศาลรธน.เมื่อใด หากศาลรธน.รับคำร้องก่อนที่จะมีการรับรองผลการเลือกตั้งของ"พิธา"และยังได้โหวตเลือกนายกฯจะมีปัญหาตามมาอีก
จะมีคำถามทางข้อกฎหมายตามมา เมื่อมีการเปิดสภาจะยังสามารถเสนอชื่อ"พิธา" เป็นแคนดิเดตฯของพรรคก้าวไกล เพื่อโหวตเป็นนายกฯได้หรือไม่
เพราะแคนดิเดตนายกฯตามมาตรา 88 ต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่าคนที่จะเป็นรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 ซึ่งหนึ่งในคุณสมบัติที่ว่านั้น ก็คือไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. นั่นเอง นั่นก็คือ ( 3 ) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ
ในเมื่อปมปัญหาคุณสมบัติการเป็นแคนดิเดตยังมีปัญหา ต้องรอศาลรธน. วินิจฉัย แม้ "พรรคก้าวไกล" และพรรคที่สนับสนุน"พรรคก้าวไกล" จะดันให้โหวตให้ได้ แต่ ส.ว.ก็จะมีเหตุผลในการปฏิเสธการโหวต และงดออกเสียง รวมถึงพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคที่ได้รับเชิญเข้าร่วมรัฐบาลด้วย จะมีเหตุผลในการไม่โหวตปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะแคนดิเดตฯของ"ก้าวไกล"ยังมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ
เมื่อ "พรรคก้าวไกล" มีปัญหาในการจัดรัฐบาล ในฐานะพรรคอันดับ 1 "พรรคเพื่อไทย" ในฐานะพรรคอันดับ 2 ย่อมมีสิทธิ์จัดรัฐบาลแทนหรือไม่ โดยอ้างเหตุผลว่า ประเทศไม่มีรัฐบาลไปนานๆ จะยิ่งกระทบเศรษฐกิจ ตามที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้เร่งตั้งรัฐบาลอยู่ในขณะนี้
นี่เป็นเส้นทางวิบากกรรม ของ"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ที่ดูแล้วไม่ได้โรยกลีบกุหลาบ และอาจเหยียบหนามกุหลาบระหว่างทาง
จะสามารถฝ่าด่านขึ้นสู่บัลลังก์ไทยคู่ฟ้า หรือจะเป็นได้แค่"ว่าที่นายกฯในฝัน" คงต้องติดตาม