หากให้น้ำหนักพรรคขนาดกลางและพรรคน้องใหม่ เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย จะคว้าส.ส.เข้าเป้าหรือไม่ มองกันตรงๆแบบไม่อ้อมค้อม พรรคเหล่านี้จะมีส.ส.สองระบบเท่าใดกันแน่และจะแทรกเป็นตัวกลางในการตั้งรัฐบาลใหม่ได้หรือไม่
กูรูการเมืองหลายคน มองว่า พรรคเหล่านี้จะมีโอกาสแตะส.ส.สองระบบได้เต็มที่ เฉลี่ยพรรคละ 5 - 7 คน สูงสุด 10 - 15 คน บางพรรคมีโอกาสได้ส.ส.น้อยกว่าที่หลายคนประเมินไว้แบบไม่น่าเชื่อ
ชาวบ้านรู้แล้วว่า พรรคใดแยกมาจากพรรคไหน พรรคนั้นๆ หากลงแต้มให้แล้วจะมีโอกาสขยับนโยบายพรรคที่ไปหาเสียงไว้เพียงใด บวกกับการขย่มของพรรคใหญ่ ๆ เช่น"พรรคเพื่อไทย"ที่ประกาศไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง และขอชาวบ้านลงคะแนนแบบแลนด์สไลด์แตะหลัก 310 ส.ส. ตรงนี้ยิ่งปิดประตูสู่สภาเกียกกายไปอีกชั้นหนึ่ง
เมื่อประเมินว่าแต่ละพรรคจะมีส.ส.เท่าใดกันแล้ว คณิตศาสตร์การเมืองในขั้นต้นเชื่อว่า แกนนำแต่ละพรรคมองแล้วว่าควรเชิญพรรคใดมาเสริมแกร่ง บวกกับไล่เช็กประวัติ และย้อนความหลังครั้นวันวานว่า คีย์แมนพรรคใดกล่าวให้ร้ายพาดพิงในช่วงใดบ้าง การแยกตัวมาตั้งพรรคใหม่ขึ้นเพื่อสู้กับพรรคอื่นๆและอดีตต้นสังกัดนั้น ความหลังครั้นวันวานคือองค์ประกอบหนึ่งที่มองข้ามมิได้ หากจะมอบสะพานไมตรีให้ก้าวขึ้นมาร่วมรัฐนาวาลำใหม่ด้วยกัน
ฉะนั้น ความหวังที่เหลืออยู่ของพรรคเหล่านี้ น่าจะอยู่ที่จุดตัดคะแนนของ"พรรคเพื่อไทย"กับ"พรรคก้าวไกล" รวมทั้งการตัดสินใจของประชาชน 52,287,045 คน ที่มีสิทธิลงคะแนนในคราวนี้ว่าจะเทใจให้ฝ่ายเสรีนิยมหรือขั้วอนุรักษ์นิยมเคียงข้างกันด้วย