ส่วนเยาวชนอายุ 15-20 ปีที่ติดคดีกว่า 200 คน ตนเชื่อว่าถ้าหากพรรคไทยศรีวิไลย์เป็นรัฐบาลจะสามารถจัดการได้ ขอแค่ให้เยาวชนปรับความคิดให้เข้าใจว่ารากเหง้าของพื้นแผ่นดินไทยเป็นอย่างไร บรรพบุรุษเป็นอย่างไรและสถาบันฯ ของเราเสียสละให้กับประเทศชาติมากแค่ไหน ถ้าประเทศไทยไม่มีพระองค์ท่านก็ไม่มีพื้นแผ่นดินไทยอยู่จนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องการให้ประชาชนเลือกให้ชัดเจนว่าจะอยู่ฝ่ายไหน หากอยู่ฝ่ายแก้ไขหรือยกเลิกม.112 ก็เป็นอีกฝ่ายหนึ่ง และหากอยู่ฝ่ายไม่ยกเลิก ไม่แก้ไข ม.112 ก็ขอให้เลือกพรรคไทยศรีวิไลย์ เบอร์ 42 เพราะตนและสมาชิกพรรคพร้อมจะสู้ทุกรูปแบบกัพรรคการเมืองที่มีความคิดที่ไม่ปกติ ที่จะสร้างความปั่นป่วนให้คนในชาติปั่นสมองเยาวชน ซึ่งตนเชื่อว่าแผ่นดินไทยศักดิ์สิทธิ์ คนที่คิดไม่ดีกับบ้านเมืองจะมีอันเป็นไปทุกราย ไม่สามารถอยู่รอดได้
นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ส่วนขบวนรถมอเตอร์ไซด์จำนวน 100 คัน ที่จะแห่ไปยังที่ต่างๆ โดยรอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร นั้น ถือเป็นการบ่งบอกตัวตนของตนเองว่า เป็นคนชอบลุยไปในที่ต่างๆ เพื่อไปแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างทันท่วงที ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมาที่ได้รับโอกาสจากประชาชนในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ตนก็ได้อภิปรายในเรื่องต่างๆ จนเป็นที่ถูกอกถูกใจของประชาชน แต่มาถึงวันนี้ ตนต้องการให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นว่า ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคไทยศรีวิไลย์ สามารถทำอะไรให้กับประชาชนได้มากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น จึงได้มีการจัดขบวนมอเตอร์ไซด์แห่ไปตามเส้นทางต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญ โดยเป็นแหล่งรวมทางการค้าและผู้คนสัญจรไปมา ซึ่งผมหวังว่า ผู้คนที่อยู่บริเวณดังกล่าวนั้น จะมีคนทุกๆจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญ ในการบอกกล่าวให้เลือก พรรคไทยศรีวิไลย์ เข้าไปทำงานในสภา เพื่อผลักดันนโยบายทั้ง 41 ด้าน เพื่อประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังจากที่นายมงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และแสดงถึงจุดยืนที่จะไม่แก้ไขมาตรา 112 แล้ว ปรากฏว่า มีตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้มาให้กำลังใจนายมงคลกิตติ์ และพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว โดยระบุว่า พวกตนไม่เห็นด้วยสำหรับการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 เนื่องจากตนและพี่น้องชาติพันธุ์อาศัยอยู่บนพื้นแผ่นดินไทยของพระมหากษัตริย์ หากไม่มีพระมหากษัตริย์ตนก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนตนจึงต่อต้านเรื่องนี้เช่นกัน