เนชั่นทีวี

การเมือง

พปชร. สุดคึกคัก "ประวิตร" ขอทำภารกิจสุดท้าย ตอบแทนคุณแผ่นดิน

12 พ.ค. 2566 | tinakit_rat

พปชร. สุดคึกคัก "ประวิตร" ขอทำภารกิจสุดท้าย ตอบแทนคุณแผ่นดิน

พปชร. สุดคึกคัก "ประวิตร" ขอทำภารกิจสุดท้าย ตอบแทนคุณแผ่นดิน "สกลธี" พร้อมขัดแย้งหากก้าวล่วงสถาบันหลักชาติ ด้าน "วราเทพ"ลั่นพรรคไม่มีนายทุน นายใหญ่ ครูใหญ่ ปลุกอย่าเลือกพรรคครอบครัว-คิดเปลี่ยนประเทศ ด้าน"สนธิรัตน์" บอก "ลุงป้อม" ใช้ใจบันดาลแรง พร้อมเป็นนายกฯ

12 พฤษภาคม 2566 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย เริ่มต้นด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีม กทม. กล่าวถามประชาชนที่มาฟังปราศรัยถึงอนาคตประเทศที่อยากเห็น พร้อมกล่าวว่า การก้าวข้ามความขัดแย้งเป็นยิ่งกว่านโยบายของพรรคพลังประชารัฐ เพราะถ้าก้าวข้ามความขัดแย้งไม่ได้ ต่อให้มีนโยบายดีแค่ไหนก็ตามใครก็ตามที่มาบริหารบ้านเมืองก็ไม่มีค่าเพราะประเทศจะไม่เหลืออะไร ความรักใคร่จะแตกหัก เพราะฉะนั้นการก้าวข้ามความขัดแย้ง จึงเป็นคำตอบของการเมืองในยุคนี้

การก้าวข้ามความขัดแย้งคือ การทำให้ประชาชนในประเทศทุกคนทุกหมู่เหล่า กลับมารักใคร่กันเหมือนเดิม และฟังคนที่เห็นต่าง แม้จะแตกต่างกันแต่เราอยู่กันได้ การก้าวข้ามความขัดแย้ง จึงเป็นคำตอบในวันนี้ แต่มีเส้นบางๆที่ก้าวข้ามไม่ได้คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่เป็นเสาหลักของประเทศ ดังนั้น พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดก็ตาม ถ้าไม่เอา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือกระทำการใดๆ ก็ตามที่ทำให้สถาบันเหล่านี้สั่นคลอน ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ถึงกับขัดแย้งก็ต้องขัดแย้ง เพราะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และนี่คือจุดยืนที่เข้มแข็งที่สุดของพรรคพลังประชารัฐ

จากนั้นนายวราเทพ รัตนากร กรรมการยุทธศาสตร์พรรค กล่าวว่า บทบาทของคนรุ่นใหม่ในพปชร. ทำให้พรรคนี้อนาคตไกล ที่ตนยังอยู่พรรคนี้ เพราะไม่มีนายทุน ไม่มีนายใหญ่ และไม่มีครูใหญ่ มีแต่หัวใจที่เรียกว่า “ใจบันดาลแรง” ตลอดการหาเสียงของทุกพรรค 60 วันที่ผ่านมา มีการสร้างความเกลียดชัง ใส่ร้าย แต่ พปชร. มีนโยบายดี ไม่ต้องมีวาทกรรม และก้าวข้ามขัดแย้ง ไม่ต้องแอบอ้าง คิดใหญ่ทำเป็น แต่เราคิดเป็น ทำได้ ทำทันที บางพรรคบอกกาพรรคตัวเอง ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม

พปชร. สุดคึกคัก "ประวิตร" ขอทำภารกิจสุดท้าย ตอบแทนคุณแผ่นดิน

แต่กา พปชร.จะดีกว่าเดิม ประเทศไทย 20 ปีที่ผ่านมา หาผู้นำที่คิดว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ เห็นอยู่คนเดียวคือ พล.อ.ประวิตร ซึ่งจิตใจดีและตั้งใจสูง ตนถึงไม่ไปไหน หลายคนที่ย้ายไป โทรศัพท์มาบอกว่าถูกหลอก ตนบอกว่าไม่เป็นไร ถ้าเลือกตั้งไม่ชนะจะพิจารณาให้กลับมา เพราะลุงป้อมใจดี ให้อภัยทุกคน จะมีผู้นำคนไหนเป็นแบบนี้ ซึ่งผู้นำหนุ่มสาวประสบการณ์เป็นอย่างไรก็เสี่ยงได้ แต่ความเคลือบแคลงใจว่า ทำเพื่อครอบครัวหรือไม่ หรือจะมาเปลี่ยนแปลงประเทศเรารับไม่ได้ใช่หรือไม่ ดังนั้น เราต้องเลือกแบบมีเหตุผล ไม่ใช่ชอบข้างใดข้างหนึ่งอย่างไร้สติ วันนี้หัวหน้าพรรค พปชร.มีโอกาสเป็นนายกฯ สิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้ในอดีตลุงป้อมจะทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง

ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมืองพรรค กล่าวว่า หลายคนบอกว่า หลังเลือกตั้งน่าจะวุ่นวาย การจัดตั้งรัฐบาลน่าจะไม่ง่าย อารมณ์ของความเกลียดชัง อารมณ์ของการแบ่งแยก เริ่มคุกรุ่นขึ้น นี่หรือคือการเมืองไทย ผ่านไป10 ปี เดินย้อนกลับสู่จุดเดิม เราจะปล่อยให้ประเทศเดินไปสู่จุดนั้นหรือไม่ หรือจะร่วมมือกับพรรคพลังประชารัฐหยุดวงจรนี้ไปด้วยกัน

วันนี้พรรคพลังประชารัฐไม่เหมือนอดีต แต่วันนี้พรรคพลังประชารัฐ กำลังเป็นพรรคที่เป็นมิติใหม่ของการเปลี่ยนแปลง สอดรับกลับสถานการณ์บ้านเมืองและเป็นพรรคที่ปรารถนาที่จะเป็นสถาบันการเมือง เป็นพรรคที่รวบรวมผู้คนเข้าสู่พรรค ผสมคนเก่ากับคนไหนที่มือโอบล้อมคนทั้งประเทศให้หันมาร่วมมือกัน เพื่อพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งและพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ดังนั้น พล.อ.ประวิตรจึงเป็นคนที่เหมาะสม และพร้อมใช้ “ใจบันดาลแรง” เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

พปชร. สุดคึกคัก "ประวิตร" ขอทำภารกิจสุดท้าย ตอบแทนคุณแผ่นดิน

คนสุดท้ายก่อนปิดเวทีปราศรัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดตัวมาด้วยการทักทายประชาชน ที่มาฟังปราศรัยตั้งแต่หลังห้องจนสู่เวทีปราศรัย ท่ามกลางเสียงของประชาชนที่ตะโกนให้กำลังใจว่า "นายกฯลุงป้อม" จากนั้นได้ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวขอบคุณประชาชนที่ฟังอยู่ และให้ความมั่นใจว่า ทุกนโยบายที่เราหาเสียงไว้ ขอสัญญาว่าเราจะทำให้สำเร็จ เพราะตนเป็นบุคคลที่ไม่มีภาระใดๆ ไม่มีธุรกิจใดๆ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง มีเพียงภารกิจเดียวที่จะเป็นภารกิจสุดท้ายในชีวิต คือการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศไทย

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ของการเป็นฝ่ายรัฐบาล ตนสามารถพูดคุยกับทุกคน รับฟังความเห็น ต่างจากทุกฝ่ายโดยไม่มีอคติใดๆ ตลอดชีวิตมีหน้าที่ในการปกป้องประเทศ จากศัตรูภยันอันตราย ในรูปแบบต่างๆตั้งแต่ความมั่นคง ป้องกันชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของเรา วันนี้ตนได้เห็นแล้วว่า ประเทศของเรายังมีปัญหาอีกมาก โดยเฉพาะปัญหาความยากจนและปัญหาเรื่องปากท้อง ไปจนถึงการการแทรกแซงการเมืองทั้งในและนอกประเทศ

ตลอดจนก้าวข้ามความขัดแย้งและพรรคพลังประชารัฐ มุ่งมั่นจะเอาชนะปัญหาของประชาชนในเรื่องเหล่านี้ให้ได้ ขอใช้ความเชื่อมั่นในตัวตนว่า จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ขอให้เลือกตน ประเทศจะไม่วุ่นวาย เศรษฐกิจจะเดินหน้า ขอให้กาเบอร์ผู้สมัครส.ส.ของพรรคและเลือกพรรคพลังประชารัฐเบอร์ 37 ขอให้ทุกคนก้าวข้ามความขัดแย้งไปด้วยกัน

ข่าวล่าสุด