ตอนนี้มองกันชัดแล้วว่า "พรรคสีแดง" ไม่อยากให้ "พรรคสีส้ม"ขึ้นมาเบียด และแม้ "พรรคสีส้ม" ได้อันดับสองในการลงคะแนนเลือกตั้งคราวนี้ ใช่ว่าเพื่อไทยจะพอใจ หากปล่อย "พรรคสีส้ม" ขยับแบบนี้ไปได้เรื่อยๆ วันข้างหน้า"พรรคสีส้ม"จะเบ่งรัศมีเบียดแชมป์เก่าที่มี"โทนี่ วูดซัม" นำทัพและสนับสนุนการเลือกตั้งจนเป็นแชมป์ห้าสมัยซ้อน (พรรคไทยรักไทยปี 2544 และ 2548 ,พรรคพลังประชาชนปี 2550 ,พรรคเพื่อไทยปี 2554 และ 2562 )
ต้องดูว่า"พรรคสีแดง"กับ"พรรคสีส้ม"จะจับมือตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้หรือไม่ ในเมื่อจุดยืนวันนี้ไม่อาจผสานกลมกลืนกันได้เลย ใช่ว่าจะเป็นผลบวกกับขั้วอนุรักษ์นิยม
จุดยืนของสองพรรค ยืนบนปากเหวด้วยกัน เช่น เพื่อไทยจะดำเนินการตามทวิตเตอร์ล่าสุดของคนแดนไกลเมื่อใด พรรคสีส้มจะเริ่มปฏิรูปสถาบัน และแก้หรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ตอนไหน?
เอาแค่สองประเด็นนี้ จากสองพรรคนี้ จินตนาการไม่ออกแล้วว่า วันนั้นจะมีปรากฏการณ์ใดบังเกิดและอาจเป็นชนวนวิกฤตของบ้านเมืองอีกรอบหรือไม่
รวมทั้งพฤติกรรมลับๆล่อๆ และลีลาการพูดกลับไปกลับมาของคีย์แมนสองพรรคนี้ในหลากวาระ จนสังคมนำไปวิเคราะห์และแชร์ในโลกออนไลน์กันหนัก
หากมองดีๆ ยามนี้ "พรรคสีส้ม" ไม่ได้แคร์อะไรมากนัก คล้ายว่าแกนนำพรรครู้แล้วว่า งวดนี้ตัวเลขส.ส.สองระบบ น่าจะแตะหลักหนึ่งร้อยเก้าอี้ขึ้นไป เพียงเท่านี้ "พรรคสีส้ม" น่าจะแฮปปี้ เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวจะบีบ "เพื่อไทย" ไปในตัวว่าจะเชิญมาร่วมรัฐบาลหรือไม่
หากไม่เชิญมาร่วมลงเรือลำเดียวกัน "พรรคสีส้ม" ก็มีพลังในการเป็นฝ่ายค้านที่พร้อมสอยจังหวะพลาดของรัฐบาลใหม่ที่มี"เพื่อไทย"เป็นแกนนำได้เสมอ
หรือ"พรรคสีส้ม"หากได้ขึ้นรัฐนาวาลำใหม่ที่มี"เพื่อไทย"เป็นแกนนำการทำงานบริหารบ้านเมืองในหน่วยงาน กระทรวงที่ "พรรคสีส้ม" ได้โควต้าไปรวมทั้งการเสนอร่างกฎหมายที่มีความสุ่มเสี่ยงกับเสถียรภาพรัฐบาลใหม่ ตรงนี้ต้องจับตา "เพื่อไทย" จะไฟเขียวให้"พรรคสีส้ม"ขยับหมากตามที่ต้องการได้เต็มร้อยหรือ
ฉะนั้นการดับฝัน"พรรคสีส้ม"ให้กวาดส.ส.ได้ต่ำกว่าการประเมินได้มากเท่าใด จะเป็นผลบวกกับ"เพื่อไทย"ในวันนี้และวันข้างหน้าแบบทวีคูณยิ่งให้โอกาส เวลา พื้นที่กับกองทัพสีส้มมากเท่าใด"เพื่อไทย"จะโดนกลืนความนิยมไปแบบไม่รู้ตัว
จุดตัดสีแดงกับสีส้มจึงเป็นแม่สีร้อนแรงและต้องปะทะเพื่อตัดตอนการเมืองอีกฝ่ายหนึ่งในยามนี้โดยพลัน
ปล่อยไว้"เพื่อไทย"จะมียักษ์สีส้มคอยหลอนหลอกไปเรื่อยๆ จนอาจทำให้สีแดงโดนสีส้มกลืนกินแบบไม่รู้ตัวในวันข้างหน้า