เนชั่นทีวี

การเมือง

พรรคเปลี่ยนอนาคต "เพิ่มสิทธิคนพิการ" ลงพื้นที่โค้งสุดท้ายจ.กาฬสินธุ์

09 พ.ค. 2566 | tinakit_rat

พรรคเปลี่ยนอนาคต "เพิ่มสิทธิคนพิการ" ลงพื้นที่โค้งสุดท้ายจ.กาฬสินธุ์

พรรคเปลี่ยนอนาคต "เพิ่มสิทธิคนพิการ" ลงพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้ายจ.กาฬสินธุ์ พร้อมร่วมสังเกตการณ์โครงการต้นแบบ 9 ครอบครัวคนพิการที่ได้รับการสนับสนุนทุนประกอบอาชีพตามมาตรา 35 พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

9 พฤษภาคม 2566 ผศ.ดร.อัครนันท์ อริยศรีพงษ์ หัวหน้าพรรคเปลี่ยนอนาคต พร้อมด้วย นายภิญโญ รู้ธรรม ผอ.พรรคเปลี่ยนอนาคต และคณะผู้บริหารพรรค นำทีมลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ร่วมสังเกตุการณ์กับ 9 ครอบครัวคนพิการที่ได้รับเงินทุนประกอบอาชีพจากสถานประกอบการเอกชน ตามมาตรา 35 พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยทุนที่ได้คำนวนจากค่าแรงขั้นต่ำวันละ 318 บาท เป็นเวลา 1 ปี (365 วัน) ซึ่งครอบครัวคนพิการต้องนำเงินทุนดังกล่าวไปประกอบอาชีพ มีการจัดทำบัญชีโปร่งใสตรวจสอบได้

ผศ.ดร.อัครนันท์ เปิดเผยว่า เงินทุนประกอบอาชีพตามมาตรา 35 เป็น 1 ในนโยบายที่สามารถทำได้เลย ทำได้จริง  ซึ่งตามมาตรา 35 กำหนดว่าสถานประกอบการที่ไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงาน ตามมาตรา 33 สามารถช่วยเหลือคนพิการและครอบครัว หรือ ผู้ดูแลคนพิการในรูปแบบทุนประกอบอาชีพ

พรรคเปลี่ยนอนาคต "เพิ่มสิทธิคนพิการ" ลงพื้นที่โค้งสุดท้ายจ.กาฬสินธุ์

มูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ที่ทำงานร่วมกับพรรคเปลี่ยนอนาคตมาโดยตลอด เล็งเห็นว่าการสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับคนพิการและครอบครัว เป็นการช่วยเหลือที่ยั่งยืน เช่น 9 ครอบครัวคนพิการ ได้นำเงินทุนไปประกอบอาชีพตามความถนัด เช่นการเปิดร้านค้าปลีก ซึ่งวันนี้ทางพรรคได้ร่วมสังเกตการณ์ 6 ครอบครัวคนพิการ ไปจัดซื้อสินค้าที่ห้างแมคโครเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ และเป็นทุนหมุนเวียน ส่วนที่เหลือ 3 ครอบครัวใช้ทุนในการเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู และเปิดร้านถ่ายเอกสาร และจำหน่ายอุปกรณ์การเรียนในหมู่บ้าน

เช่น ครอบครัวของนางสนอง ชาติโรจน์ อายุ 76 ปี ที่สามีได้รับอุบัติเหตุต้องตัดขา และตัวเธอตาบอดข้างหนึ่ง ต้องอยู่บ้านตามลำพัง เพราะลูกสาวไปทำงานที่กรุงเทพฯเป็นช่างเย็บผ้า เมื่อพ่อแม่กลายเป็นคนพิการก็ต้องไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพฯกับกาฬสินธุ์ แต่เมื่อทราบข่าวว่า ได้ทุนประกอบอาชีพตามมาตรา 35 ซึ่งมูลนิธิปัญพัฒน์ฯ ประสานงานให้ ก็ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ อยู่ที่กรุงเทพฯมีครอบครัว ทำงานรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า พอพ่อแม่ป่วยก็กังวลเป็นห่วง แต่เมื่อทราบว่าได้รับทุนก็ดีใจและตัดสินใจกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่กาฬสินธุ์

ขณะที่นายภิญโญ กล่าวถึงนโยบายพรรคว่า จะผลักดันให้ อสม.(อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) อพม.(อาสาสมัครพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์) ซึ่งมีกว่า 1 ล้านคน เข้าร่วมอบรมเป็นผู้ช่วยคนพิการให้ได้ 1 แสนคน เพื่อไปดูและช่วยเหลือคนพิการได้มากถึง 1 แสนคนต่อปี และยังมีครอบครัวคนพิการที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 5 แสนคนได้รับประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้จริงเพราะอสม.ใกล้ชิดชุมชนมากที่สุด แต่ที่ผ่านมายังขาดความรู้เรื่องการช่วยเหลือคนพิการและไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้สิทธิคนพิการ ทำให้การช่วยเหลือทำได้ไม่เต็มที่

พรรคเปลี่ยนอนาคต "เพิ่มสิทธิคนพิการ" ลงพื้นที่โค้งสุดท้ายจ.กาฬสินธุ์

“เรามีตัวอย่างที่ทำได้จริง เพราะคนที่ช่วยเหลือคนพิการ 9 ครอบครัวให้ได้รับทุนประกอบอาชีพก็มาจาก อสม.ที่ได้รับความรู้จากมูลนิธิปัญพัฒน์ฯ หากสามารถขยายผลให้กว้างขึ้นในระดับประเทศ ก็จะเป็นประโยชน์กับครอบครัวคนพิการที่มีมากถึง 4.5 ล้านครอบครัว ต้องย้ำว่า ในจำนวนนี้มีผู้ลงทะเบียนคนพิการเพียง 2.1 ล้านคนเท่านั้น ที่เหลือยังเข้าไม่ถึงสิทธิ”นายภิญโญ กล่าวต่อ

สำหรับการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ทางพรรคหวังว่า จะได้รับเลือกเข้าไปผลักดันนโยบายเพื่อครอบครัวคนพิการ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การเลือกตั้งครั้งนี้ ทางพรรคได้มีเวทีเผยแพร่นโยบายช่วยครอบครัวคนพิการที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด หากพรรคใดที่ได้รับเลือกตั้งเป็นรัฐบาล นำนโยบายไปผลักดันต่อทางพรรคเปลี่ยนอนาคตก็ยินดี

พรรคเปลี่ยนอนาคต "เพิ่มสิทธิคนพิการ" ลงพื้นที่โค้งสุดท้ายจ.กาฬสินธุ์

พรรคเปลี่ยนอนาคต "เพิ่มสิทธิคนพิการ" ลงพื้นที่โค้งสุดท้ายจ.กาฬสินธุ์

ข่าวล่าสุด