ส่วนนี้เป็นปัญหาแรกที่กกต.ทราบแล้ว เพราะฉะนั้นที่หน่วยเลือกตั้งอย่างน้อยในไวนิลน่าจะมีบอก แต่เท่าที่ผมเดินดูที่บางประกงไม่มีติดว่ารหัสนี้คือรหัสอะไร ที่ผมประสบเหตุเองที่บางประกงคือเจ้าหน้าที่ของชุดเลือกตั้งหนึ่งเขาสับสนในช่วงเช้าใครจะเป็นคนกรอกเลข 5 หลัก ช่วงหน้าก็คือเจ้าหน้าที่ไม่ได้กรอกเลย แต่มีผู้ใช้คนหนึ่งหย่อนบัตรแล้วและเอะใจ ไปถามกปน.เขาบอกว่าเป็นเรื่องของไปรษณีย์จะมากรอก
เขาเอะใจก็เลยเดินไปคุยกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครองก็ได้รับคำตอบมาว่า เป็นหน้าที่ของกปน.เป็นคนกรอก สุดท้ายก็เลยช่วงปิดหีบก็จะเปิดหีบมาใบไหนไม่มีเขียนเขาก็จะไล่เขียนโดยอิงข้อมูลตามที่ปรากฎอยู่ในกอง ซึ่งก็เป็นปัญหาสำคัญเลยว่ามีเวลา 4 ปีในการเตรียมการเลือกตั้ง และก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องอบรมเจ้าหน้าที่กปน. ซึ่งปกติไม่ได้ทำงานให้กกต. แล้วมาทำงานนี้เฉพาะกิจ แปลว่ามันสะท้อนปัญหาการอบรมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานหน้างาน แล้วก็กรณีอื่นๆเรื่องบัตรเขย่งต่างๆ ส่วนจะมีการปัญหาหรือป่าวคงต้องติดตามกันต่อไป
"วราวิทย์" ในความเห็นคุณอานนท์คิดว่าแก้ไขอย่างไร ถ้าข้อมูลย้อนแย้งกัน ระหว่างเขตเลือกตั้งที่เท่าไหร่กับรหัสไม่ตรงกัน
"อานนท์" กกต.มีหน้าที่จะต้องชี้แจงกับสังคมและจะต้องมีบทลงโทษอะไรบางอย่างหรือไม่ เพราะเท่ากับว่าคุณทำให้เสียงของประชาชนบางส่วนไม่ถูกนับ ไม่ว่าเขาจะเลือกพรรคอะไรก็ตามเสียงเขาไม่ถูกนับเพราะการบริหารจัดการตรงนี้
"วราวิทย์" อาจารย์โคทมจะแนะนำกกต.ยังไงดีในฐานะอดีตกกต.
"อ.โคทม" 1.สิ่งที่เราเรียกกันว่าให้การศึกษาแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เราได้รับคู่มือหนาปึกแต่ไม่ค่อยพูดถึงประเด็นนี้ว่า อย่างเช่น ซองที่มีชื่อจังหวัดกับหมายเลขเขตแล้วก็มีรหัส แล้วรหัสเราก็เพิ่งรู้ว่าสามตัวแรกเป็นเรื่องของจังหวัด สองตัวหลังเป็นของเขต แต่จังหวัดสามตัวจริงๆมเกินไปเพราะว่ามีแค่ 77 จังหวัด ก็อธิบายสิว่า 3 ตัวแรกคืออะไร 2 ตัวหลังคืออะไร คนจะได้รู้ว่าไม่ใช่รหัสไปรษณีย์
อีกอย่าง ผมคิดว่าน่าจะมีการสาธิตเหมือนกับซ้อมการลงคะแนนล่วงหน้าใครอยากจะมาเป็นอาสาสมัครก็ลองดู จะได้รู้ปัญหาจะได้แก้ก่อน ถ้าลองมือจริงจังวันเดียวบางทีลืมไปแล้วเมื่อ 4 ปีก่อนคืออะไร
"วราวิทย์" มีความเสี่ยงถึงขั้นเลือกตั้งโมฆะหรือไม่
"อ.โคทม" อย่าเลย การเลือกตั้งโมฆะครั้งที่แล้วมีมาครั้งหนึ่งแล้ว ผมว่าเป็นเรื่องการเมืองไม่ใช่เรื่องปัญหาเทคนิคเล็กๆที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอ เราน่าจะก้าวพ้นจุดนั้นไปแล้ว
"วราวิทย์" อาจารย์ยุทธพรแนะนำอย่างไรกับช่วงเวลาที่เหลือนี้
"อ.ยุทธพร" สิ่งสำคัญคือต้องสร้างความเข้าใจกับทั้งผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และก็ผู้สมัครพรรคการเมืองด้วย การเลือกตั้งจะสำเร็จได้จะต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือตัวคณะกรรมการ ตัวผู้เล่น คือ พรรคการเมืองผู้สมัคร และก็ตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งคือประชาชน ต้องไปด้วยกัน การเชื่อมโยงกับภาคประชาสังคมมันน้อยมาก แล้วดูกรณีเฝ้าตรวจสอบติดตาม
นอกจากนี้เรื่องของการสร้างความเข้าใจหลายๆอย่างตัวอย่างหนึ่งที่ผมประสบกับตัวเองเลย มีคนถามผมจำนวนมากถ้าผมชอบพรรคนี้แล้วผมไปเลือกส.ส.แบบแบ่งเขตพรรคนี้เยอะๆจะทำให้บัญชีรายชื่อพรรคนี้น้อยหรือไม่ เพราะเมื่อปี 62 เคยเกิดขึ้นแบบนี้ นี่เพราะเขายังไม่เข้าใจเลยว่าระบบเลือกตั้งเปลี่ยนแล้ว กกต.ทำไมไม่เคยสร้างความเข้าใจให้ประชาชน เรารู้แค่บัตรสองใบ ใบหนึ่งเลือกพรรค ใบหนึ่งเลือกคน แต่เราไม่รู้ว่าครั้งนี้บัตรสองใบไม่เกี่ยวข้องกันเลย
ชมคลิป>>>