อย่างไรก็ตาม การขึ้นมาเป็นรัฐบาลจากเสียงส่วนใหญ่นี้ มีโอกาสจะจุดประกายความขัดแย้ง หากมีการยกประเด็นอ่อนไหวมาพิจารณา อาจเกิดการประท้วงต่อต้านจากประชาชนบางกลุ่มได้
พรรคฝั่งอนุรักษ์นิยม ความหวังตั้ง รัฐบาลเสียงข้างน้อย...ริบหรี่!
จากผลสำรวจของเนชั่นโพล ความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์ของพรรคทางฝั่งอนุรักษ์นิยม ในหลายพื้นที่กลายเป็นการแข่งขัน ตัดคะแนนกันเอง เช่น ส.ส.ระบบเขตภาคใต้ 11 จังหวัด มีการ คะแนนตัดกันเองในหลายเขตระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ และทำให้พรรคก้าวไกลที่มีกระแสความนิยมเพิ่มขึ้น จึงสามารถจึงพลิกแซงนำได้ในหลายเขต และในภาพรวมพรรคฝั่งอนุรักษ์นิยมได้คะแนนน้อย มีเพียงบางแห่งที่ฝ่ากระแสมาได้ อาทิ พะเยายกจังหวัด สุพรรณบุรี เป็นต้น และเมื่อรวมตัวเลขจำนวน ส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้ง กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้จะรวมคำตอบของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจไปแล้ว ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ (ประมาณ 100 เสียง ไม่ถึง 126 เสียง) แม้จะรวมเสียงวุฒิสมาชิก (ส.ว.) อีก 250 คน แล้วก็ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
จากทิศทางเนชั่นโพลทั้งรอบหนึ่งและรอบสอง ยังไม่มีปาฏิหาริย์ให้กับพรรคอื่น พรรคเพื่อไทยยังนำโด่งชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย แต่อย่างไรก็ตาม มีคำกล่าวว่า “สงครามยังไม่จบ..อย่าเพิ่งนับศพทหาร!!”
"7 วันสุดท้ายก่อนวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ยังพอมีเวลา ‘สัปดาห์สุดท้าย’ ที่พรรคการเมืองต่าง ๆ จะวางยุทธศาสตร์แก้เกม ปรับกลยุทธ์ งัดทีเด็ด ดึงดูดใจประชาชน พลิกผลคะแนนให้ตนเป็นฝ่ายชนะได้"
การเมืองไทย...อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น!