"อดีตนิสิตข้ามเพศจุฬาฯ" ร้อง "หญิงหน่อย" ขอให้ราชภัฏสวมชุดครุยรับปริญญา
04 พ.ค. 2566 | sirisak_rue

"อดีตนิสิตข้ามเพศจุฬาฯ" นำทีมยื่นหนังสือถึง "พรรคไทยสร้างไทย" ร้องขอให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ สวมชุดครุยตามเพศสภาพเข้ารับปริญญา
การเมือง
04 พ.ค. 2566 | sirisak_rue

"อดีตนิสิตข้ามเพศจุฬาฯ" นำทีมยื่นหนังสือถึง "พรรคไทยสร้างไทย" ร้องขอให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ สวมชุดครุยตามเพศสภาพเข้ารับปริญญา
4 พฤษภาคม 2566 "อิ๊นซ์ ชมพิ้งค์" จิรภัทร ตรงจิตต์รักษา อดีตนิสิตข้ามเพศคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เรียกร้องสิทธิเรื่องการแต่งกายตามเพศสภาพในรั้วมหาวิทยาลัย และ นววชิ เสนาบุตร์ Miss PNRU Queen 2020 เข้ายื่นหนังสือถึง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง อนุญาตให้นักศึกษาสามารถแต่งกายชุดครุยวิทยฐานะบัณฑิต ตามเพศสภาพในการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร
โดยเชื่อมั่นว่า พรรคไทยสร้างไทย เป็นพรรคทางเลือกใหม่ ที่สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ ตามวิสัยทัศน์ "ไทยสร้างไทยสู้เพื่อชัยชนะของประชาชน"
ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ หัวหน้าพรรค ยินดีรับฟังพร้อมให้ความสำคัญ โดยมอบหมายให้ นายทวีชัย วงศ์ไพโรจน์กุล โฆษกพรรคไทยสร้างไทย และคณะทำงานด้านความเท่าเทียมทางเพศและเสมอภาคทางสังคม ซึ่งขณะนี้ เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 บางซื่อ ดุสิตเฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี ร่วมขับเคลื่อนเพื่อผลักดันให้ข้อเรียกร้องของคณะนิสิตข้ามเพศ เกิดขึ้นจริงโดยเร็ว
ทั้งนี้ ภายในหนังสือประกอบไปด้วยรายชื่อของคณะนิสิตข้ามเพศมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศที่รวมตัวกัน ซึ่งมีเนื้อหาใจความเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยราชภัฎทั้ง 38 แห่งและสถานศึกษาอื่น ๆ ตระหนักถึงสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมและได้รับการความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2555 มาตรา 17 ว่าด้วยการกำหนดนโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มาตรการ โครงการ หรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็น ธรรมระหว่างเพศจะกระทํามิได้
โดยมาตรา 3 "การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ" หมายความว่า การกระทําหรือไม่กระทําการใดอันเป็นการแบ่งแยก กีดกัน หรือจํากัดสิทธิประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือ ทางอ้อม โดยปราศจากความชอบธรรม เพราะเหตุที่บุคคลนั้นเป็นเพศชายหรือเพศหญิง หรือ มีการแสดงออก ที่แตกต่างจากเพศโดยกําเนิด
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ยื่นหนังสือได้เน้นย้ำถึงหนึ่งในแนวปฏิบัติสําคัญของพ.ร.บ.นี้ คือ การแต่งกาย ซึ่งมีใจความโดยย่อว่าหน่วยงาน/สถาบันการศึกษา ควรให้สิทธิบุคลากร นักศึกษา สามารถแต่งกายตามอัตลักษณ์ ทางเพศสภาพหรือเพศภาวะ ของบุคคลน้ัน ตามข้อบังคับของหน่วยงาน หรือ สถาบันการศึกษา ดังนั้นการประสานงานเพื่อให้เกิดการพิจารณาอนุมัติ ให้นักศึกษาข้ามเพศได้รับสิทธิแต่งกายตามระเบียบให้สอดคล้องกับเพศสภาพและการแสดงออกทางเพศ
และการพิจารณาอนุมัติให้นักศึกษาแต่งกายชุดครุยวิทยฐานะบัณฑิตตามเพศสภาพในการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร รวมถึงการใช้รูปถ่ายแต่งกายตามเพศสภาพนั้น จะเป็นการคุ้มครองและส่งเสริม ให้บุคคล, ชุมชนคนข้ามเพศ และสังคมไทยให้ก้าวสู่ความเป็นสากลทัดเทียมนานาอารยะประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ขณะที่ นายทวีชัย ผู้ได้รับมอบหมายจากพรรค กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนเต็มที่ สิทธิในการแต่งกายคือสิทธิมนุษยชน ตนจะเร่งนำไปพิจารณาหาทางผลักดันให้ข้อเรียกร้องนี้เกิดขึ้นจริง มีความเป็นธรรมและอาจเป็นแม่แบบที่จะสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในองค์กรอื่นๆ ทั่วประเทศได้เอาเป็นแบบอย่างต่อไปในภายภาคหน้า