"เศรษฐา" ขอชาวทุ่งสงเป็นรัฐบาล ชูผลงาน "ยิ่งลักษณ์" การันตี
27 เม.ย. 2566 | tinakit_rat

"เพื่อไทย" รับฟังปัญหาแรงงานทุ่งสง พร้อมอาสาช่วยเรื่องราคายาง ด้าน "เศรษฐา" ขอเป็นรัฐบาล ย้ำผลงาน "ยิ่งลักษณ์" แม้ไม่เคยได้ ส.ส.ใต้ แต่ดูแลไม่เคยหยุด
การเมือง
27 เม.ย. 2566 | tinakit_rat

"เพื่อไทย" รับฟังปัญหาแรงงานทุ่งสง พร้อมอาสาช่วยเรื่องราคายาง ด้าน "เศรษฐา" ขอเป็นรัฐบาล ย้ำผลงาน "ยิ่งลักษณ์" แม้ไม่เคยได้ ส.ส.ใต้ แต่ดูแลไม่เคยหยุด
27 เมษายน 2566 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วงบ่ายวันนี้(27 เม.ย.) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตรที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายปานปรีย์ พหิทธานุกรคณะทำงานด้านนโยบายเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย
นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 1 นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว พบผู้ใช้แรงงานโรงงานพลาสติก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลาภทักษิณพลาสติก เพื่อรับฟัง และรวบรวมปัญหาจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานโรงงานพลาสติกเพื่อนำมาจัดทำเป็นนโยบาย และหาแนวทางแก้ไข
โดยตัวแทนผู้ใช้แรงงานฯ สะท้อนปัญหาว่า โรงงานยังพออยู่ได้ตามสภาพ แต่ปัญหาหลักคือราคายางตกต่ำ เพราะรายได้หลักของทุกครอบครัวคือทำสวนยาง และกรีดยาง ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ช่องทางการค้าขายของพวกเรายังไม่ครอบคลุม เราต้องการถนนวงแหวน และศูนย์กระจายสินค้า
เพราะทุ่งสงถือเป็นสะดือของภาคใต้ ระหว่างอันดามัน กับอ่าวไทย เรามีสถานที่ มีตู้คอนเทนเนอร์ มีรถขนส่งพร้อม ขาดเพียงแต่การเชื่อมต่อการคมนาคม สุดท้ายขอสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และให้พรรคเพื่อไทยผลักดันอำเภอทุ่งสงให้เป็นจังหวัดใหม่ในอนาคตด้วย
นายเศรษฐา กล่าวว่า ปัญหาหลักคือปัญหาเรื่องรายได้ รายได้หลักของพี่น้องคือยาง แต่ราคายางกลับตกต่ำ รัฐบาลของพวกเรา(ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์)ที่ผ่านมา เราพยายามไปคุย และไปเจรจากับผู้ผลิตรายใหญ่เพื่อรักษาระดับราคายางไม่ให้ตกต่ำ รวมทั้งเรายังคิดวิธีเพิ่มผลิต และเพิ่มน้ำยางให้มากขึ้น 1 เท่าจากที่มีอยู่
โดยการใช้ทั้งการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการใช้ปุ๋ย เพื่อให้พี่น้องมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีนโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ปีแรกเป็น 400 บาท และต้องได้ 600 บาท ในปี 2570 ทั้งนี้ เมื่อพี่น้องมีรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นยอดความต้องการสินค้าก็จะเพิ่มขึ้น ยอดการผลิตสินค้าก็จะเพิ่มขึ้นด้วย โรงงานก็จะสามารถมีเงินมาจ่ายให้กับแรงงานได้
นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า วันนี้เข้าใจว่าพี่น้องเดือดร้อนมามากจากช่วงโควิดที่ผ่านมา จะมาหยอดเงินให้พี่น้องครั้งละ 400-500 บาทอีกไม่ได้ เราอยากให้พี่น้องมีเงินก้อนเพื่อตั้งตัวได้อย่างมีศักดิ์ศรี เราจึงคิดนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล เติมเงินให้พี่น้องประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 บาท จับจ่ายมาก ร้านค้าก็เสียภาษีมาก มีแต่ได้กับได้ กล่าวคือ พี่น้องก็ได้ รัฐบาลก็ได้ พรรคเพื่อไทยเรามีจิตวิญญาณ เราเชื่อว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก จุดยืนเรื่องประชาธิปไตยบนเวทีโลกก็สำคัญ ซึ่ง 8 ปีที่ผ่านมา เราอยู่กันแต่แบบนี้ เราไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อไปเปิดตลาดใหม่ ไม่ว่าจะตลาดตะวันออกกลาง แอฟฟริกา ฯลฯ
“เราเข้าใจที่มีพรรคการเมืองที่เข้ามาดูแลพี่น้องมาหลายสิบปี เข้าใจความผูกพันนั้น ไม่ว่าอะไร แต่วันนี้เรามาด้วยความตั้งใจ มาขอแบ่งปันความรัก แม้การเลือกตั้งครั้งนี้เราจะไม่ได้ ส.ส.เลยก็ตาม แต่เราก็จะมาอีก เราจะมาเรื่อยๆ จะมาขอความรักจากพี่น้องภาคใต้ และผู้สมัคร ส.ส.ของเราก็จะลงพื้นที่พบปะพี่น้องเช่นเดิม
ดังนั้นตนขอแบ่งความรักให้พรรคเพื่อไทยบ้าง ให้เราได้มี ส.ส.ใต้เขาไปยืนอยู่ในสภาฯ ได้ทำงานให้พี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาสมัยที่เราเป็นรัฐบาลเราก็ไม่เคยได้ ส.ส.ภาคใต้เลย แต่เราก็ดูแลพี่น้องประชาชนภาคใต้อย่างตั้งใจ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำราคายางอยู่ที่ 100-120 บาท เราถือว่าเราเป็นรัฐบาลของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ดังนั้น วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ เราหวังว่า จะเป็นวันแห่งการเปลี่ยนแปลง รักใครเก็บไว้ในใจ แต่กาเพื่อไทย ทั้ง 2 ใบ” นายเศรษฐา กล่าว
หลังนายเศรษฐา กล่าวจบ มีประชาชนที่มาร่วมวงเสวนาตะโกนขึ้นมาว่า “เดี๋ยวปีนี้จะให้ค่ะ”
จากนั้นนายเศรษฐา และคณะพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายเชาว์ศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 8 เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดธาตุน้อย อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนายเศรษฐา นำคณะผ่านประตูสมปรารถนา ก่อนเข้ากราบพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดคลองจันดี ซึ่งเป็นตลาดชุมชนเพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของในตลาด