"เราจำได้ไหมว่า ตอนเราทำแอปกระเป๋าตังค์ คนจำนวนมากเกือบสามสิบเปอร์เซนต์เข้าไม่ถึงแอปกระเป๋าตังค์ เพราะยังใช้ไม่เป็น วันนี้เองยิ่งมีคอยน์ก็สร้างปัญหาให้มาก แล้วเราใช้ หกเดือนในการละลายน้ำห้าแสนกว่าล้าน แล้วยังมาบอกว่านี่เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว แต่ผมจะบอกว่ามันเป็นการยิงกระสุนนัดเดียว ไม่ได้นกสักตัว หายไปหมด อันนี้คือสิ่งที่เราเป็นห่วง"
"หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจ" พรรคไทยสร้างไทย ย้ำว่า นโยบายแบบนี้ไม่ควรทำ ดิจิทัลเคอร์เรนซี ไม่ใช่ "Digital Economy" ถ้าทำ"Digital Economy" เราเห็นด้วย ทำให้เศรษฐกิจเป็นระบบดิจิทัลหมด แต่เคอร์เรนซี่ ไม่มีใครหรอกครับ ประเทศใหญ่ตอนนี้ก็ไม่มีใครทำเพราะว่าสุ่มเสี่ยง มีการแฮกข้อมูลและใช้ในทางผิดกฎหมายก็เยอะ ฉะนั้นดิจิทัลเคอร์เรนซี เป็นรูปสวยงามว่ามีดิจิทัลเข้ามาแต่ความจริงคือการแจกเงิน"
"อดีตหัวหน้าพรรคเขาก็เคยพูดเรื่องแจกเงินไม่สมควรทำ แล้วผมบอกได้เลยว่า ไม่มีทฤษฎีไหนบอกให้การแจกเงินเป็นวิธีการดีที่สุดสำหรับคนทั่วไป เราแจกเงินได้เฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มีปัญหาในขณะนั้น เช่น อุทกภัย ในความเสี่ยงเรื่องต่างๆ หรือ คนด้อยโอกาสเราควรให้เขา ไม่ใช่ให้ทุกคน เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ อีกหน่อยคนจะมาขอหมื่นห้า คนนี้จะให้สองหมื่นเกทับเหมือนค่าแรง สี่ร้อย ห้าร้อย หกร้อย เงินจะเป็นอย่างไร เงินก็ต้องเฟ้อ เพราะฉะนั้นต้องทำให้เงินมีเสถียรภาพ การแจกทุกครั้งต้องมีรายได้กลับประเทศอย่างชัดเจน
ส่วนจะเป็นกลยุทธ์โหมนโยบายเรียกคะแนนไปก่อนส่วนทำได้ไม่ได้อีกเรื่องหนึ่งหรือไม่ "นายสุพันธ์ุ" กล่าวว่า ไม่ทราบได้ว่าเป็นการโหมเอาคะแนนหรือไม่ แต่เป็นสิ่งที่ขัดหลักระบบการคลังแน่นอน เงินห้าแสนกว่าล้านไม่น้อย ซึ่ง"พรรคไทยสร้างไทย" ออกนโยบาย ตั้งกองทุนไทยสร้างไทยตั้งงบสามแสนล้าน เพื่อดำเนินการเรื่อง นวัตกรรม (Inovation ) การทำเรื่องเติมเงิน กู้เงิน ครบทั้งระบบให้ทุกคนกลับมามีชีวิตดีขึ้น ทำมาหากินง่ายขึ้น สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างระยะยาว
ถามว่า นโยบายแจกเงินดิจิทัลหมื่นบาท เป็นนโยบายเกินจริงหรือไม่ "นายสุพันธุ์" กล่าวว่า คนที่ออกมาเสนอนโยบายแบบนี้รู้เอง ทำได้ แต่เอาเงินจากไหนต้องไปหาดูว่าเอามาจากไหน และเงินกลับมาอย่างที่บอกว่าหมุนเวียนได้หลายรอบจริงไหม ต้องเอาเข้า VAT เพื่อให้เข้ามาในระบบเศรษฐกิจหลายรอบ เข้าได้มากน้อยแค่ไหน
"ผมคิดว่าไม่ง่าย และทำให้วัฒนธรรมคนเปลี่ยนไปเป็นเรื่อง ประชานิยมชัดเจน ซึ่งเป็นประชานิยมที่โอกาสประเทศจะได้กลับมาสร้างรากฐานน้อยลง " นายสุพันธ์ุ กล่าว