"ชัยธวัช" บอกต่อไปว่า พรรคการเมืองต่างๆพูดกันมาก จะสนับสนุน เอสเอ็มอี สนับสนุนคนตัวเล็ก ตั้งกองทุนนั้นกองทุนนี้ในทางกลับกันเราไม่จริงจังการทลายทุนผูกขาด ปล่อยให้ตลาดเศรษฐกิจประเทศ ตั้งแต่ต้นน้ำปลายน้ำถูกครอบงำด้วยคนไม่กี่เจ้า ซึ่งในต่างประเทศที่ประชาชนมีโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจได้ดีกว่านี้ เขาไม่อนุญาตให้ทำ
"ถามว่า อันนี้สุดโต่งตรงไหน เราเสนอสิ่งที่เป็นปกติ สิ่งที่เป็นอนาคตสิ่งที่ทุกสังคมควรจะเป็นมาตรฐาน"
"ชัยธวัช"ตั้งคำถาม สังคมไทยอนุรักษ์นิยมล้าหลังเกินไปหรือเปล่า ที่มองว่าสิ่งที่เป็นปกติเป็นเรื่อง"สุดโต่ง" เขาพยายามปลูกฝังให้เราไ
ม่กล้าเปลี่ยนแปลงไม่กล้าคิด กล้าฝัน กล้าเปลี่ยนแปลงเหมือนนานาอารยประเทศได้ ผมคิดว่าอันนี้ผิดปกติ อันนี้หล่ะ"สุดโต่ง"!
"โดดเด่นแต่ไม่โดดเดี่ยว"
"ชัยธวัช" ยอมรับว่า ได้ยิงเสียงพูดกันว่า ในการทำหน้าที่ในสภาที่ผ่านมา เหมือนก้าวไกลถูกโดดเดี่ยว หรือแม้แต่การจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า อาจไม่มี"ก้าวไกล" หรือถึงขั้นโดดเดี่ยว"พรรคก้าวไกล"
ประเด็นนี้ เขาตอบ"ทีมข่าวผ่าสมรภูมิเลือกตั้ง66" ในอีกมุมว่า "เราโดดเด่น ไม่ใช่โดดเดี่ยว"
ปฏิเสธไม่ได้ว่า สี่ปีที่ผ่านมาเมื่อเรามีโอกาสอยู่ในสนาม อยู่ในสภาเป็นจริง เรายอมรับว่า เรามีความแตกต่างอย่างมากจากนักการเมืองที่เหลือทั้งหมด วิธีคิดวิธีทำงานของสภา หลายเรื่องไม่แบ่งฝ่ายหรอกครับ พูดภาษาเดียวกันหมด เขามีวิธีคิด วิธีดีลในทางการเมือง วัฒนธรรมการเมืองเหมือนกันหมด เราแตกต่างจากคนอื่น เราคิดอีกแบบ เราทำอีกแบบ
"แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่ไม่ใช่การโดดเดี่ยวเป็นความโดดเด่น และเป็นคำตอบใหม่ๆที่สังคมต้องการ" ชัยธวัช ตอกย้ำ
หลายเรื่อง เมื่อสมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ เราหาเสียง มีนโยบาย ปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ทลายทุนผูกขาด ทำสุราก้าวหน้า หลายพรรคต่างๆบอกจะไปหาเสียงได้อย่างไร เราบอกว่า เราคิดต่างไง
ถามว่า วันนี้เป็นอย่างไร สิ่งที่พรรคการเมืองอื่นๆไม่เคยพูด หรือไม่คิดจะผลักดัน ไม่ว่าเป็นการยกเลิกการผูกขาดตลาดแอลกอฮอล์ เพราะเกรงใจทุนใหญ่กันหมด ไม่กล้าแตะกองทัพ แม้มีปัญหารัฐประหาร แค่พูดเรื่องการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร การตรวจสอบกองทัพอย่างเข้มข้น การคิดปฏิรูปกฎหมายความมั่นคง
"ตั้งแต่ปี 62 พรรคอนาคตใหม่พูดถึงเรื่องเหล่านี้ ไม่มีใครคิดว่าประชาชนสนใจ ไม่มีใครกล้าผลักดันเรื่องนี้ เพราะกลัวกระทบคนโน้นคนนี้เต็มไปหมด สี่ปีที่ผ่านมาเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องปกติ พรรคการเมืองหลายคนนำสิ่งที่เราพูด ผลักดันไปหาเสียงด้วยซ้ำ นี่คือรูปธรรมของความเปลี่ยนแปลงที่สังคมต้องการ"
เขา ตั้งคำถามว่า ทำไมเราต้องการพรรคการเมืองแบบอนาคตใหม่ แบบก้าวไกล แล้วถ้าเราหยุดเดินในทิศทางแบบนี้ไม่มีประโยชน์ ที่จะมีพรรคการเมืองแบบนี้อีก กลับไปสู่วังวน ไปสู่ข้อจำกัดการเมืองแบบเดิมทั้งหมด
เพราะฉะนั้น เรามาทำงานการเมืองเพื่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ทำงานการเมืองเพื่ออยากได้ตำแหน่งทางการเมือง เพื่อมีอำนาจไปแบ่งสรรผลประโยชน์เก้าอี้รัฐมนตรี
ถามย้ำว่า ในสภาพการเมืองไทย พรรคการเมืองอื่นๆจับขั้วตั้งรัฐบาล แต่จะโดดเดี่ยว "พรรคก้าวไกล"ซึ่งเรื่องนี้ แม่บ้านพรรคก้าวไกลก็ยอมรับ
"มันมีบรรยากาศแบบนั้นอยู่ ข้อเท็จจริงไม่ทราบแต่กระแสข่าวสื่อมวลชนพูดอยู่เยอะ"
ถามต่อไปว่า นโยบาย"พรรคก้าวไกล"นอกกรอบเกินไปทำให้ พรรคอื่นไม่อยากดึงเข้าร่วมรัฐบาล
"ชัยธวัช" กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่า นักการเมืองในระบบทั้งหมด วนเวียนกัน รู้จักกันหมด ง่ายที่จะดีลกัน ดูเป็นธรรมชาติเหมือนระยะห่างกับ"ก้าวไกล"แต่อีกด้านเป็นทางเลือกที่ประชาชนตัดสินใจว่าอยากได้การเมืองแบบไหน นำพาประเทศไปสู่อนาคต
"ถ้าต้องการพรรคการเมือง นักการเมือง รัฐบาล ที่ทำในสิ่งที่เคยทำมาแล้ว เลือกพรรคอื่นแต่ถ้าประชาชนต้องการพรรคการเมือง ต้องการ ส.ส. ต้องการรัฐบาลที่จะทำในสิ่งที่นักการเมืองในอดีตไม่เคยทำ หรือทำไม่สำเร็จ หรือไม่คิดจะทำ เลือกพรรคก้าวไกล"
"ชัยธวัช" กล่าวทิ้งท้ายถึงประชาชน ก่อนตัดสินใจเข้าคูหาในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้
ชมคลิป >>>