เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ “นายเกียรติ สิทธีอมร” ตั้ง 5 คำถามเกี่ยวกับนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งที่มาของเงิน และมองว่าเป็นการแจกเงินแบบเบี้ยหัวแตก
“นายเศรษฐา” กล่าวว่าการที่คนอื่นพูดถึงนโยบาย ถือเป็นเรื่องดี เราได้ประชาสัมพันธ์ แต่เรื่องคำถามของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนยังไม่เห็น เพราะอยู่ระหว่างลงพื้นที่ และมั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น ที่มีการตั้งข้อสังเกตเป็นเบี้ยหัวแตกนั้น นโยบายปัจจุบันคือให้ทีละ 500 - 700 แต่ของเราแจกทีเดียวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนที่มีการตั้งขอสังเกตเรื่องหุ้นของแสนสิรินั้น มองว่ายิ่งไปกันใหญ่ไม่ได้เกี่ยวกัน ตนไม่ห่วงเรื่องเหล่านี้เพราะสามารถชี้แจงได้
ส่วนกรณีที่รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ “นายไพบูลย์ นิติตะวัน” ประกาศไม่จับมือกับ “พรรคเพื่อไทย” เพราะกังวลในนโยบายว่า ไม่ได้ฟัง และไม่ทราบว่า “คุณไพบูลย์” คือใคร ณ จุดนี้ หน้าที่ตนคือเผยแพร่นโยบายพบปะพี่น้องประชาชน รับฟังความคิดเห็นประชาชน ถ้ามีการให้ร้าย หรือแต่งเสริมเติมแต่งนโยบายของพรรคตนก็คงต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งเรื่องใหญ่มากกว่านั้น คือการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้
“นายเศรษฐา” ยังกล่าวต่อว่า เป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ ที่มีผู้วิจารณ์ เพราะเหมือนช่วยประชาสัมพันธ์นโยบาย เพราะเมื่อถามมา ก็จะได้ตอบไป พี่น้องประชาชนจะได้เป็นผู้รับฟังและตัดสินในวันเลือกตั้งต่อไป
จากนั้น “นายเศรษฐา” และคณะพรรคเพื่อไทย เดินทางต่อไปยังศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขตสวนหลวง-ประเวศ (หนองบอน) ซอยพัฒนาการ 35 เขตสวนหลวง เพื่อพบปะผู้ประกอบการ SME ร่วมพูดคุยหัวข้อ “สวนหลวง-ประเวศ แลนด์สไลด์ สะเทือนถึงดวงดาวปลดปล่อยศักยภาพ เศรษฐกิจไทย”
โดยมี คณะทำงานด้านนโยบายเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย “นายปานปรีย์ พหิทธานุกร” ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน) “นายธกร เลาหพงศ์ชนะ” ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน) , เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) “นายอรรมรัตน์ นิติพน” ร่วมพูดคุย