"ชูวิทย์" สวมบทหมอดู วิเคราะห์เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคใครปัง พรรคไหนเหนื่อย
04 เม.ย. 2566 | ratchata

สวมบทหมอดู "ชูวิทย์"วิเคราะห์เบอร์"ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์" พรรคไหนปัง พรรคไหนเหนื่อย เตือน"ว่าที่ส.ส."หากเข้าไปขายเสียงในสภา เจอแฉยับแน่
การเมือง
04 เม.ย. 2566 | ratchata

สวมบทหมอดู "ชูวิทย์"วิเคราะห์เบอร์"ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์" พรรคไหนปัง พรรคไหนเหนื่อย เตือน"ว่าที่ส.ส."หากเข้าไปขายเสียงในสภา เจอแฉยับแน่
4 เมษายน 2566 เมื่อช่วงเช้า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง นั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง นำหน้ารถเครื่องขยายเสียงที่ติดแผ่นป้ายไวนิล ข้อความคัดค้านกัญชาเสรี เข้ามาภายในบริเวณ ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง บริเวณลานน้ำพุ หน้าอาคารไอราวัตพัฒนา เพื่อร่วมสังเกตการณ์ การรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ โดยนายชูวิทย์ ได้เตรียมไม้กวาดมาด้วย
นายชูวิทย์ ระบุว่า จะนำไม้กวาดมาปัดกวาดให้มีความสะอาด เนื่องจากบางพรรคการเมืองสกปรก และจะมารอพบหัวหน้าพรรคแต่ละพรรค ให้แสดงความชัดเจนว่าจะอยู่ฝ่ายใด ไม่ใช่พอถึงเวลาเข้าสภาจะมาเปลี่ยนแปลงภายหลังเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล
ภายหลังจากการจับหมายเลข ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ นายชูวิทย์ ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ระบุถึงความหมายของตัวเลข กับ เบอร์ที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ ระบุว่า
การเมืองเรื่องจับเบอร์
วันนี้ไป ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง เพื่อรณรงค์ต่อต้านกัญชา และการเมืองสีเทา ผมเริ่มต้นเป็น “นักเคลื่อนไหว” ของสังคมนี้
การเลือกตั้งครั้งนี้มีถึง 49 พรรค เข้าร่วมประลองยุทธ์ให้ประชาชนเลือก ไฮไลท์อยู่ที่การจับหมายเลขของแต่ละพรรค
คนไทยชอบเรื่องเบอร์ จึงขอตีความตามหมายเลขให้อ่านสนุกๆ เฉพาะพรรคใหญ่ที่น่าจะได้ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์มาก เพราะบางพรรคโอกาสมี ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์คงน้อย เนื่องจากมีบัตร 2 ใบ
เริ่มตั้งแต่
พรรคภูมิใจไทย ได้หมายเลข 7 อันนี้ตีความได้ชัดว่า “เจ๊ง” เพราะเป็นเลข “เจ็ด” หรือจะออกเสียงเพี้ยนว่า “เจ็บ” อันหมายถึงการเจ็บตัวในการเลือกตั้งครั้งนี้
การชูมือต้องชูมือข้างหนึ่ง 5 นิ้ว อีกมือชู 2 นิ้ว จึงดูไม่เต็มไม้เต็มมือ
หากเป็นทางดาราศาสตร์ถือเป็น “ดาวแห่งทุกข์โศก” ยิ่งเอาไปตีความว่า “ทำงาน 7 วันไม่หยุด” แสดงถึงความยากลำบากของหนทางข้างหน้า
พรรคชาติไทยพัฒนา ได้หมายเลข 18 ถือว่าเป็นเลขดีของคนจีน เพราะในภาษากวางตุ้ง หมายถึงหาเงินง่าย (ออกเสียงว่า “สับปาด”) นอกจากนั้น 1 + 8 = 9 เป็นเลขมงคล
พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้หมายเลข 22 เป็นเลขคู่เหมือน ชู 2 ข้าง 2 นิ้ว ถือว่าเท่าทุน ไม่ได้ไม่เสีย เป็นศูนย์รวมของอารมณ์ ทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกคน
หากให้ฝรั่งชู 2 นิ้วด้วยมือ 2 ข้าง ทำนิ้วงอๆ หมายถึงเครื่องหมาย “-“ หรือ อัญประกาศ แปลว่า “คำพูด” คือ พูดเก่งแต่อยู่ในวงจำกัด
พรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 26 เป็นเลขอมทุกข์ มีภัยไข้เจ็บมาจากโรคเก่าเรื้อรัง แม้มีความมุ่งมั่น แต่จะพบความกดดันอย่างรุนแรง และอาจมีโรคแทรกซ้อนอีกด้วย
พรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 29 มีความหมายเป็นเลขใฝ่รู้ มีเสน่ห์ หากเรียกเรียงตัว คือ “สองเก้า” คือต้องใช้สองเท้าก้าวเดินต่อไป
พรรคก้าวไกล ได้หมายเลข 31 เป็นพลังแห่งความไม่แน่นอนของชะตา เบื้องต้นลำบาก แต่ประสบความสำเร็จในบั้นปลาย ยังมีเรื่องอุบัติเหตุกลางคันที่ต้องระวัง
พรรคพลังประชารัฐ ได้หมายเลข 37 เป็นเลขที่บวกกันได้ 10 หมายถึงพอดี แต่ถ้าไปเล่นไพ่บาคาร่าจะกลายเป็น 0 แต้ม ต้องลุ้นอีกใบ
หมายถึง หากฝั่งตรงข้ามชนะขาด ก็ไม่ต้องพึ่ง คือ หมอบ
แต่หากชนะไม่ขาดก็ยังลุ้นได้ สถานการณ์เรียกว่าก้ำกึ่ง
ข้อดีของคนที่จับได้เลข 2 หลัก คือ ไม่ซ้ำกับเลขผู้สมัคร ส.ส. เขตแน่นอน ที่จะไปซ้ำก็เป็นพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น ที่จับหมายเลขปาร์ตี้ลิสได้เบอร์เดี่ยวอยู่พรรคเดียวที่เป็นพรรคใหญ่ และจะจำลำบาก เวลาไปกาอาจเกิดความสับสน
ไม่ว่าพรรคจะได้เบอร์อะไร ก็ขอให้ทำงานเพื่อประชาชน อย่าไปหวังเข้าสภาแล้วทำตัวเป็น ส.ส. ขายตัวก็แล้วกัน จะจับประจานเสียให้เข็ด
ประชาชนต้องช่วยกันจำ จดบันทึกไว้ อย่าได้เอามาเป็น “ผู้แทน”
พรรคไหนใช้กระสุนมากสุด ก็คือลงทุนมากสุด และการลงทุนคือ “ความเสี่ยง”
กลยุทธ์ของผมครั้งนี้ ปฏิบัติการณ์ “กระแสล้อมกระสุน” ใครที่มีกระสุนมากแต่ยิงแล้วด้าน ไม่ได้ผลตรงเป้า กระสุนจึงแพ้กระเส
เพราะประชาชนจะใช้กระแสสั่งสอนให้เป็นบทเรียน กับพรรคการเมืองที่ไม่มีอุดมการณ์