แต่ในกรณี"บุคคลที่เป็นแกนนำพรรค" นั้นพบว่า ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์สั่ง "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" หยุดปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม หลังรับคำร้องปมถือหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรักชั่นเข้าลักษณะต้องห้ามรัฐธรรมนูญ แม้"เสี่ยโอ๋"จะยิ้มออกได้หลังจาก"ศาลรัฐธรรมนูญ"มีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้อง "ฝ่ายค้าน" ปม "ศักดิ์สยาม" เสนองบประมาณปี 2564 เป็นประโยชน์ต่อหจก.บุรีเจริญคอนสตักชั่น โดยศาลวินิจฉัยว่าไม่เข้าเงื่อนไข เพราะไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณางบประมาณ
แต่อีกกรณีที่ยังพัวพัน"เสี่ยโอ๋"และครอบครัวชิดชอบคือ ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้อธิบดีกรมที่ดิน ตั้งคณะกรรมการสอบสวนดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกทับที่รถไฟ แห่งประเทศไทยในพื้นที่“เขากระโดง” จ.บุรีรัมย์ รวม 722 แปลง และต้องดำเนินการภายใน 15 วัน แม้คดีเขากระโดงจะยืดเยื้อเรื้อรังมาหลายสิบปี สมมติว่า ครอบครัวชิดชอบจะได้ที่ดินมาโดยชอบธรรม แต่มิวายที่สังคมจะมองไปในเชิงลบ
ต่างๆนานาข้างต้น แม้"เสี่ยหนู"ยืนยันกับสังคมว่าภท.พร้อมสู้ต่อ แต่ความจริงอาจมิใช่เช่นนั้น เพราะภาพข่าวสองครั้งล่าสุดที่สื่อมวลชนนำเสนอคือ"เสี่ยหนู"และคีย์แมนภท.ไปรับประทานอาหารกับ"พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และภาพการโอบกอด เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิด"พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติก็ทำให้สังคมมองว่า"เสี่ยหนู"ส่งสัญญาณจับมือขั้วเดิมเป็นพันธมิตรการเมือง
หากย้อนดูตัวเลขส.ส.ในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 พบว่า"ภท."คว้าอันดับห้า โดยได้ส.ส.สองระบบ 51 คน และคะแนนมหาชน(ป๊อปปูลาร์โหวต) 3.7 ล้านเสียง จากนั้นมหกรรมดูด-งูเห่าย้ายรังดำเนินการมาเรื่อยๆจากแทบทุกพรรค ลองไปไล่ดูว่า อดีตส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่(และก้าวไกล),เพื่อไทย,เสรีรวมไทย,ประชาธิปัตย์,พลังประชารัฐ,เศรษฐกิจไทย,เพื่อชาติ,พรรคจิ๋วๆ จนเกจิการเมืองมองว่า(ประเมินก่อนปรากฏการณ์ชูวิทย์โจมตีภท.)ภท.มีลุ้นอันดับสองกับการเลือกตั้งงวดนี้
และสิ่งสำคัญคือข้อมูลวงในของหลากพรรคที่มีการสำรวจความเห็นประชาชนและคะแนนนิยมของคู่แข่ง เผยว่า ตัวเลข 120 ส.ส.ตามที่ครูใหญ่ค่ายภท.เคยทำนายไว้ ตอนนี้"ภท."คาดหวังไว้ที่ 65 -70 คน (ส.ส.สองระบบ) เพราะโพลล์ลับล่าสุด เผยว่า คะแนนนิยมของ"เสี่ยหนู" -กระแสพรรคแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดและมีโอกาสร่วงลงอีกในช่วงสี่สิบกว่าวันก่อนถึงวันที่ 14 พ.ค. 2566
เมื่อบวกกับเสียงสะท้อนของว่าที่ผู้สมัครส.ส.ระบบเขตค่ายภท.ที่แจ้งกับคีย์แมนพรรคว่า ลำบากในการลงพื้นที่เพราะชาวบ้านสอบถามสารพันข่าวสารเชิงลบเกี่ยวกับพรรคจนยากในการชี้แจง แว่วมาจากวงในภท.ว่าคีย์แมนพรรคแจ้งกลับไปว่าให้ว่าที่ผู้สมัครส.ส."หาเสียงเชิงเดี่ยว" คือขายตัวบุคคล+ผลงานในพื้นที่+นโยบายพรรคตัวใหม่ๆ และให้ละเว้นการโปรโมท"กัญชาเสรี+รถไฟฟ้า รวมทั้งไม่ต้องหาเสียงให้บัตรปาร์ตี้ลิสต์"
กล่าวตามประสาการเมือง ผู้สมัครส.ส.ระบบเขตที่มีการแข่งขันสูงและมีโอกาสสอบได้ พรรคให้โอกาสพวกเขายิง"ลูกโดด (หาเสียงให้ตัวเอง)" ไม่ต้องหาเสียงให้พรรคในบัตรปาร์ตี้ลิสต์เพราะมองแล้วภท.น่าจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5-7 คนในงวดนี้
ดังนั้นถอดรหัสได้ว่า"เสี่ยหนู"วางตัวเลขในใจ 65 - 70 ส.ส.ในชั้นต้นกับภาวะยามนี้และรอประเมินรวมทั้งแก้เกมใหม่ในช่วงสี่สิบกว่าวันที่เหลืออยู่ แต่ที่แน่ๆ 65-70 ส.ส.ต้องมีในมือ"เสี่ยหนู"เพื่ออำนาจต่อรองทางการเมืองว่าจะแตะมือพรรคใดตั้งรัฐบาล คั่วกระทรวงเป้าหมายได้หรือไม่