เรามีหลายอย่างหลากหลาย หากควบคุมได้ ฉีดวัคซีนได้สังคมช่วยกัน มันเป็นไปได้หมดทุกเรื่อง ยืนยันว่าที่ผ่านมา 8 ปีจนถึงวันนี้ พยายามทำอะไรหลายๆอย่าง ดีใจที่มีการพูดถึงคำว่ายุทธศาสตร์ชาติของตน ก่อนจะทำอะไรก็ตามจะคิดเสมอว่า เป็นคนคิดวิสัยทัศน์ของประเทศ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ความหมายมันมีอยู่ในตัว หลายคนนั่งคิดทำโน่นทำนี่ทำนั่น มันทำได้หรือเปล่า แล้วทำไปเพื่ออะไรสุดท้ายตอบได้หรือไม่ ก็ตอบไม่ได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือการกำหนดวิสัยทัศน์ของเราออกมาให้ได้ คือสิ่งที่เรามองว่า วันข้างหน้าประเทศจะเป็นเช่นไร หลายคนไม่เข้าใจว่า การจะเดินไปสู่วิสัยทัศน์ต้องมียุทธศาสตร์ มีแผนแม่บทสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา สิ่งนอกเหนือคือรายละเอียดแผนปฏิบัติที่ต้องทำ ที่ผ่านมามีการเซ็น MOU ไม่รู้เท่าไร ตั้งแต่ผมเข้ามา บอกกระทรวงต่างประเทศว่า ไม่ให้ทำเฉพาะMOU สิ่งสิ่งต้องทำคือ MOดู ตกลงเจรจาเซ็นแล้วก็ทิ้งไปหลายปี ตนบอกไปเอาขึ้นมา ว่าจะทำอะไรเร่งมาให้ตรงกัน วันนี้เดินหน้าไปหลายเรื่องแล้ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อ การจะทำอะไรก็ตาม ต้องถามประชาชนด้วย ตนขอเน้นย้ำเรื่องนี้สำคัญ ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ และการทำอะไรต่างๆ ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายของบ้านเมือง ไม่เช่นนั้นจะเละไปหมดในวันหน้า ขณะนี้เราทำมามากแล้ว เราเดินมาไกลแล้ว ประเทศไทยเดินมาไกลแล้ว เราไม่สามารถย้อนกลับไปที่เดิมได้อีกแล้ว ถ้าบ้านเมืองมีปัญหาอีกก็จะย้อนกลับไปที่เดิม ไปไม่ได้อีก ตนเป็นกังวลตรงนี้ ประชาชนต้องเข้าใจว่า เขาต้องมีส่วนร่วมทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะคนรวยได้
“ผมไม่เคยสนใจ พออยู่แล้ว ไม่ต้องการอะไรอีก ผมไม่ใช่คนวิเศษวิโส ผมเป็นผู้รับใช้ท่าน เป็นคนรับใช้ของท่าน ผมคิดอย่างนี้เสมอมา ตลอดระยะเวลา 8 ปี ผมพูดจริง”
พร้อมกล่าวต่อ ขอระบายสักหน่อย ได้พูดค่อยหายใจออก หลายคนอยากเป็นนายกฯ แก้ให้ได้ก็แล้วกัน ก็แล้วแต่ท่าน ทำให้ได้ก็แล้วกัน ทำได้ตนก็ยินดีด้วย แต่วันนี้ตนยังทำอยู่ มันติดตรงนี้ ที่ทำอยู่เพราะเป็นรัฐบาลใช่ไหม แต่ติดปัญหาเรื่องงบประมาณ ต้องดูว่าจะสามารถแก้ไขได้อย่างไร งบที่เสนอมาก็ต้องเข้าไปที่สภาฯ ใครเป็นรัฐบาลเข้ามาตนก็ไม่รู้เหมือนกัน พูดไม่ได้ แต่ยืนยันว่า จะเสนอสิ่งเหล่านี้เข้าไปในงบประมาณปี 2567 แต่ไม่รู้ใครจะเป็นรัฐบาลต่อ ก็ว่าไป
ก่อนที่นายกฯจะถามว่า “เลือกใครหละ” ซึ่งเรียกเสียงปรบมือจากประชาชน นายกฯ กล่าวต่อ “พอแล้วๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็พาดหัวข่าว ปากนี่ก็ชอบหาเรื่องอยู่เรื่อย ไม่มีอะไรผมเป็นคนแบบนี้เป็นคนง่ายๆ ใจผมคิดไงก็พูดงั้นไม่มีอะไร”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาตนไม่เคยไปเที่ยวไหนทั้งสิ้น เพราะไม่อยากสร้างปัญหา สร้างภาระให้กับใคร ภรรยากับลูกไม่ไปด้วย นี่คือปัญหาของตนเพราะไม่อยากให้เป็นภาระ จึงมีเวลาทำงานให้พวกเรามากหน่อย ชีวิตตนมีแค่ตื่นมาไปทำงานเย็นกลับบ้าน ทุกวันที่ผ่านมาตนมีทีมที่ดี บริหารจนทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลผสมอยู่กับกันได้ 4 ปี ไม่ใช่รัฐบาลคสช.จนถึงวาระสุดท้าย ท่านก็รู้อยู่การเมืองมันทำได้ยากแค่ไหน ไม่เคยใช้อำนาจอะไรสักอย่างเพียงแต่ขอร้องให้ทำความเข้าใจ ทั้งหมดเป็นการบูรณาการการทำงานทั้งสิ้น บางครั้งกว่าจะได้มาเจรจากันไม่รู้กี่รอบ ขอให้ตั้งใจติดตาม
การทำงานทุกอย่างต้องร่วมมือกัน ไม่มีปัญหาขัดแย้งกัน เราก็จะทำได้ ได้ข่าวว่ามีใครมาร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ สั่งการไปแล้ว ไม่ถูกก็ทำไม่ได้ ขอบคุณแรงใจที่ให้นายกรัฐมนตรี เป็นกำลังใจให้ด้วย เป็นนายกฯรักษาการต่อไปได้ระยะหนึ่ง วันหน้าเป็นเรื่องของประชาชน
วันนี้(19 มี.ค.) มาในนามนายกฯไม่ได้มาในนามอื่น คนทุกรุ่นคือคนไทยหากเราไม่รักกันแล้วใครจะรัก หากไม่ร่วมการแก้ไขปัญหาแล้วใครจะทำ ไม่ว่าจะภาครัฐภาค ประชาชนหรือธุรกิจเอกชน นี่คือคนไทยของประเทศของเรา ซึ่งต้องผ่านการเห็นชอบของประชาชน นั่นคือประชาธิปไตยา นั่นคือการสร้างความเข้าใจที่ดี หากมีปัญหาก็ต้องหาทางออก หากดันทุรังบ้านเมืองก็ตีกันอยู่อย่างนี้ อย่าให้บ้านเมืองกลับไปเหมือนเดิมเด็ดขาด เราเดินมาไกลมากแล้ว เดินถอยหลังก็ไม่ได้ เราต้องเลือกว่าจะเดินไปสู่ยอดหรือจะถอยหลังกลับไปเหมือนเดิม ฝากพวกเราทุกคนไว้ด้วย
ในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แม้นายกฯไม่ใช่คนเก่งเศรษฐศาสตร์ แต่บริหารการเงินการคลังได้ อยู่มา 8 ปีแล้วไม่ใช่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ที่เขาพูดกัน เอาละมีคนพูดเตือนแล้วว่า เริ่มพูดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับกล่าวว่า เวลาพูดแล้วมีคนขัดแย้งตั้งแต่แรกตนก็ไม่อยากพูด
หลังจากนี้นายกรัฐมนตรีทำน้ำเสียงอ่อนหวาน และกล่าวว่า “ท่านครับ โน่นครับนี่ครับ นั่นคงไม่ใช่ผม ผมต้องเป็นอย่างนี้ จริงใจ และตั้งใจทำงาน อะไรได้คือได้ ไม่ได้คือไม่ได้ อันนี้คือสิ่งที่ต้องให้รัฐบาลหน้าเขาทำให้ได้ ใครอยากทำก็ให้เขาทำไปแล้วก็ไปเสนออีกครั้งก็ได้ในรัฐบาลหน้าก็แล้วกัน”
แต่ตนจะอยู่ตรงนี้ได้นานเท่าไร ก็จะทำตรงนี้ให้ดีที่สุด วันนี้ไม่ได้มาหาเสียงนะ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนต้องคิดว่า ตนมาหาเสียง กลับกลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้ใครก็ว่าหาเสียง แล้วมันจะหาทำไมนักหนา ผลงานก็มีอยู่แล้วนี่ไง ใช่หรือเปล่า ทำแล้วหรือเปล่า พอแล้วเดี๋ยวเขาหาว่าพูดมาก
ก่อนที่จะกล่าวอวยพรให้ทำงานให้สำเร็จทุกประการ พร้อมฝากเชื่อมโยงประเทศไทยไปข้างหน้าด้วยกัน