นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า “ผมไม่เห็นคนแก่เลย อายุรุ่นเดียวกับผมทั้งนั้น เผลอแป๊บเดียวแก่แล้ว แต่ใจยังแก่ไม่ได้ ถ้าเราต้องทำงานต้องมีความรับผิดชอบ แก่ไม่ได้จริงๆ เราเป็นพ่อเป็นแม่เป็น ปู่ย่าตายาย แก่ไม่ได้ต้องดูแลลูกหลาน และลูกหลานก็ต้องดูแลพ่อแม่เหมือนกัน”
นายกฯ กล่าวถึงผลงานที่ผ่านมาว่า นี่ไม่ได้มาโฆษณาหาเสียงอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วบ้าง เหงาหรือเปล่า เปิดโทรทัศน์ดู ก็ดูว่าทะเลาะกันอีก น่าเห็นใจ จริงๆเวลาโมโหให้นับ 1-10 เหมือนนายกฯมันก็หาย และนายกฯนับถึง 3 มันก็หายไปแล้ว พระบอกให้นับถึง 10 ใจเย็นๆ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ไหวสุขภาพแย่ วันนี้ดีใจที่ได้มา เพราะคุ้นเคยกับชาวเชียงใหม่อยู่แล้ว หลายคนอาจจะจำไม่ได้ตนเคยมาที่นี่ตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่เป็นนายพัน เป็นผบ.ทบ.ก็มา รัฐมนตรีมหาดไทยก็มา(พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) เป็นทหารเหมือนกับตนคุ้นเคยชาวเชียงใหม่อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เราต้องทำให้ดีที่สุดในฐานะเป็นรัฐบาล วันนี้ก็คือวันนี้ ตนพูดถึงวันนี้ก่อน วันหน้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ก่อนที่จะถอนหายใจและกล่าวว่า ตนพูดคนเดียวเลยหรือ พูดมา 3-4 วันแล้ว วันนี้ตนไม่ได้มาหาเสียง แต่มาดูว่าเป็นอย่างไร หลายเรื่องผมให้หน่วยงานมาตรวจสอบ มาดูว่าทำอะไรตรงไหนอย่างไร เพราะมีกฎหมายกำกับอยู่ในการใช้จ่ายงบประมาณจะต้องมีการระมัดระวังให้ได้มากที่สุดฝาก อบต., อบจ., อสม. นายกฯทั้งหลาย ขอให้ทำงานให้มากขึ้น หนักขึ้นรู้ว่าทำงานหนักอยู่แล้วทำงาน 24 ชั่วโมงถึงต้องดูแล อบต., อบจ แต่ก็ทำให้ดีแล้วกันอย่าให้มีปัญหา จะเลือกตั้งแล้วต้องเรียบร้อยให้เกิดผลประโยชน์ต่อประชาชน
รัฐบาลปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ทุกเรื่อง แต่ทุกเรื่องแก้ได้ด้วยพวกเรา ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ทั้งป้องกันปราบปราม จับกุมดำเนินคดี บำบัดรักษา ทั้งหมดต้องปรับทั้งระบบใหม่ทั้งหมด นายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบในภาพรวม แต่ทั้งหมดนายกฯทำคนเดียวไม่ได้ แต่ทุกคนทุกระดับต้องช่วยกันทำ นายกฯโทษใครไม่ได้ เมื่อได้เป็นผู้นำรัฐบาล ที่จะต้องทำให้ทุกกระทรวงที่อยู่ร่วมกันกับรัฐบาล ทำงานไปด้วยกันให้ได้
นี่คือการบริหารงานของนายกรัฐมนตรี ที่มีรัฐมนตรีมาจากหลายพรรคการเมือง ซึ่งก็ทราบดีว่าอยู่ที่พวกท่านเลือกมาอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ช่วยกันเลือกที่จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ หลายปีที่ผ่านมาก็เห็นว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง ตนไม่ขอเล่า ไม่ขอพูด ก่อนที่จะถอนหายใจว่า มีใครจะเล่าใครจะพูดถามอะไรหรือไม่ เห็นหน้าก็ดีใจแล้ว
ก่อนจะอ่านข้อความบนเสื้อชาวบ้านที่มารอ “ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ” แต่ตนอยากให้ชาวนาหลังตรงๆมันเหนื่อย ตนก้มหลังอย่างเดียวยังเหนื่อย สมัยก่อนครอบครัวญาติๆตนก็ทำเกษตรเหมือนกัน ลองไปทำแค่ครึ่งวันปักดำนาก็ตายแล้ว วันนี้จะทำอย่างไรให้เครื่องจักร เครื่องยนต์เข้ามาช่วยได้ กำลังหาวิธีการอยู่ ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็พยายามอยู่ทุกจังหวัด
“มีอะไรอีกหรือไม่ วันนี้กลับไปต้องนอนละเมอแน่เลยพูดตั้งแต่เช้า วันนี้กลับไปคงจำชื่อตัวเองไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่ประยุทธ์เหมือนเดิม ประยุทธ์คนเดิม ขอบคุณทุกคนขอให้มีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป ขอให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณค่าเข้าใจหรือไม่เป็นหลักของสังคม เป็นหลักของบ้านของเมือง เข้าใจหรือไม่คนสูงอายุทั้งหลาย ใครไม่แก่ให้มันรู้ไปสิ สักวันเขาก็เหมือนเราแต่เราต้องเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ วันหน้าหากมีโอกาสได้ทำ เดี๋ยวก็จะหาว่าหาเสียงอีกผมไม่ขอพูด”
หลังจากนั้นได้มีตัวแทนชาวนา เดินไปมอบดอกไม้ให้นายกรัฐมนตรีที่หน้าเวที เพื่อให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ต่อจากนั้นได้มีการเปิดเพลงรักเธอเสมอ
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดินพบปะกับชาวบ้าน ได้มีคนตะโกนให้ “นายกรัฐมนตรีสู้ๆ” นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวว่า เขาบอกให้นายกสู้ๆ นายกอยู่มา 8 ปีแล้ว หลังจากนั้นมีกองเชียร์เชียร์ให้ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ” นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวตอบว่า ก็ขึ้นอยู่กับทุกคน อะไรที่มันดีก็จะทำต่อตนพูดไม่ได้มากกว่านี้ เดี๋ยวจะมีปัญหากฎหมายเขาห้ามพูด ตนแก่จะแย่อยู่แล้วขอบคุณนะ วันนี้ค่าสูงอายุเราเพิ่มเป็น 1,000 บาทแล้วใช่หรือไม่