เมื่อถามว่ากลไกในรัฐธรรมนูญวันนี้อะไรที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่สุด นายชวน กล่าวว่า ตนไม่ได้รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมา กลไกที่บัญญัติเอาไว้ก็รู้กันอยู่ว่า ต้องการทำอะไรเพื่ออะไร อย่างไร ให้สมาชิกวุฒิ(ส.ว.)ได้เป็นอะไร จะไปด่าสมาชิกวุฒิก็ไม่ถูกเพราะมาตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ เขาไม่ได้เขียนรัฐธรรมนูญเอง แต่เงื่อนเวลาก็คือ 5 ปี ซึ่งในส่วนนี้ไปยุ่งอะไรไม่ได้ เสนอแก้ก็ไม่ได้เพราะฉะนั้นต้องรอให้ครบวาระ 5 ปี แต่ตนได้เสนอไปอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่เห็นด้วยที่จะเอาบรรดาผู้นำเหล่าทัพ มาเป็นสมาชิกวุฒิสภาด้วย ซึ่งแน่นอนว่าไม่ถูกหลักและถอยหลังไปไกลมาก เราต้องไม่ไปหวังว่าถ้ารัฐธรรมนูญดีทุกอย่างจะต้องดีหมด ท้ายที่สุดคนดีกับรัฐธรรมนูญดีต้องไปด้วยกัน
"เรารู้จักรัฐธรรมนูญปี 40 แล้วทำไมรัฐธรรมนูญปี 40 ต้องมาแก้ปี 50 แก้มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และเติมย่อหน้า2 ว่าการใช้อำนาจเหล่านี้ต้องยึดหลักนิติธรรม ซึ่งถ้าไม่เขียนก็ต้องยึดตามหลักนิติธรรมอยู่แล้วแต่ที่ต้องเขียนเพราะ ระหว่างใช้รัฐธรรมนูญปี 40 มีการละเมิดหลัก นิติธรรมไปใช้วิธีการนอกหลักกฎหมาย เช่นการเก็บ ฆ่าทิ้ง ยิงทิ้ง จึงต้องเขียนให้ชัด " นายชวนกล่าว
และส่วนที่ให้อำนาจส.ว. ในการเลือกนายกฯ แน่นอนว่าเป็นอุปสรรคใหญ่ ไม่ต้องวิจารณ์เพราะรู้ว่าที่มาคืออะไร ซึ่งเหมือนกับทุกครั้งที่เห็นการยึดอำนาจและเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ จึงมีบทเฉพาะการ ที่รู้ได้เลยว่ามีเจตนาคืออะไร
"นอกจากกลไกของส.ว.ที่ทุกคนไม่เห็นด้วยแล้ว ยังมีในส่วนของตัวบุคคล อย่าไปโยนที่ตัวกฎหมายทั้งหมดเพราะว่าในที่สุด ถ้าตัวบุคคลนั้นทำงานการเมืองอย่างสุจริตและบริหารบ้านเมืองด้วยความสุจริต เงื่อนไขต่างๆและปัญหาก็จะน้อย คือปัญหากับบ้านเมืองเป็นของคู่กัน ไม่เช่นนั้นไม่ต้องมีรัฐบาลแต่ปัญหาเหล่านั้นต้องอยู่ในวิสัยที่สามารถแก้ไขได้ ถ้าหากไม่มีอุปสรรคอื่นๆ ที่จะละเมิดกติกากฎเกณฑ์จนทำให้องค์กรทั้งหลายมีอันเป็นไป องค์กรตรวจสอบก็ตรวจสอบไม่ได้ถูกคุกคาม ถูกควบคุมเอาคนของตัวเองมานั่งองค์กรที่จะดูแลความเรียบร้อยก็ดูแลไม่ได้ เพราะคนที่เอามาเป็นคนของตัวเอง หรือคนที่เจ้าหน้าที่ไปอยู่ในพื้นที่ซื้อตำแหน่งมา 5 ล้าน 10 ล้าน มีหรือที่จะไม่โกงมีหรือที่จะไม่รีดไถเป็นไปไม่ได้ นักการเมืองซื้อเสียงมามีหรือที่จะไม่หาผลประโยชน์ เป็นไปไม่ได้ แต่เรื่องเหล่านี้ตนก็มองว่ามาอย่างไรก็ไปอย่างนั้น"นายชวนกล่าว
พร้อมกันนี้ นายชวน ยังกล่าวถึง การทำหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ มองการเมืองในทางลบ พล.อ.ประยุทธ์ วิจารณ์นักการเมืองไม่ดี "ตนเป็นคนแรกที่บอกพล.อ.ประยุทธ์ ว่านักการเมืองไม่ดีก็มีทหารไม่ดีก็มี ตนก็พูดกับท่านตรงๆต่อหน้าว่าท่านอย่าไปเหมา แต่เวลาท่านพูดท่านไม่เคยยกเว้น หลังจากวันนั้นท่านก็พูดผ่านสื่อว่านักการเมืองที่ดีก็มี จนมีคนสงสัยว่านายกเปลี่ยนแนวหรือ นโยบายที่บอกจะเป็นประชาธิปไตยจะเป็นได้อย่างไรเมื่อผู้นำมีทัศนคติทางการเมืองอย่างนี้" แต่โดยส่วนตัวนายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยมายุ่งในสภา มาขอให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่เคยมี มีแต่ทางเราที่บอกไปว่าให้มาตอบกระทู้ด้วย ส่วนจะไปบอกสั่งวุฒิสภาด้วยหรือไม่อันนั้นตนไม่ทราบ
ถึงตอนนี้ตนก็ยังมองพล.อ.ประยุทธ์ ว่ายังไม่เป็นนักการเมืองแบบเต็มตัว คือคนที่มีตำแหน่งทางการเมืองก็เป็นได้ ถ้าจะพูดว่าไม่ได้เป็นนักการเมืองก็ฝืนความเป็นจริงในตำแหน่ง จึงต้องยึดว่าตำแหน่งเป็นอะไรกฎหมายถือว่าเป็นอะไรก็เป็นอย่างนั้น ส่วนตัวเองจะปฏิเสธอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การที่ไม่มีผู้นำรัฐบาลในสภาทำให้การทำงานลำบาก จึงต้องบอกว่าการที่เราทำงานได้ส่วนหนึ่งคือความร่วมมือของสมาชิกทั้งหมด